World Economic Forum ประกาศ Global Lighthouse Factories รุ่นใหม่ ใช้ AI ยกระดับการผลิต

WEF ประกาศ Global Lighthouse Factories รุ่นใหม่ AI ยกระดับโรงงานอัจฉริยะ

อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 1,665 Reads   

Artificial Intelligence (AI) กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ มาเป็นหัวใจของการบริหารโรงงานและซัพพลายเชนในภาคการผลิตโลก ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านโรงงานต้นแบบรุ่นล่าสุดของ Global Lighthouse Network ซึ่งแสดงให้เห็นว่า AI สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง ทั้งด้านผลิตภาพ ความยืดหยุ่นของซัพพลายเชน และความยั่งยืน

22 มิถุนายน 2569 — World Economic Forum (WEF) ประกาศรายชื่อ Global Lighthouse Network รุ่นล่าสุด เพิ่มสมาชิกใหม่ 16 แห่ง ส่งผลให้เครือข่ายโรงงานต้นแบบด้านการผลิตอัจฉริยะมีจำนวนรวม 238 แห่งทั่วโลก โดยโรงงานที่ได้รับการคัดเลือกได้นำ AI, Digital Twin และ Industrial IoT มาประยุกต์ใช้ในระดับองค์กร พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้ทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต การบริหารซัพพลายเชน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

AI ก้าวจากโครงการทดลองสู่หัวใจของการผลิต 

WEF ระบุว่า โรงงาน Lighthouse รุ่นล่าสุดสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ประการของภาคการผลิตโลก ได้แก่

  • การใช้ AI และข้อมูลแบบ End-to-End Intelligence เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  • การสร้าง Human-Machine Collaboration ผ่านการพัฒนาทักษะแรงงานและการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับระบบอัจฉริยะ
  • การผสาน Sustainability เข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

Kiva Allgood กรรมการผู้จัดการของ World Economic Forum กล่าวว่า โรงงานชั้นนำในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงการปรับปรุงกระบวนการผลิตทีละส่วน แต่กำลังออกแบบระบบการดำเนินงานใหม่ทั้งหมด โดยมี AI เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างผลลัพธ์ที่วัดได้จริง 

หนึ่งในโรงงานที่ได้รับการยกย่องคือ Schneider Electric เมือง El Paso สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำ Data Engineering, Industrial IoT, Integrated Logistics และ AI มาใช้ตลอดกระบวนการผลิตแบบ Engineer-to-Order ส่งผลให้

  • เพิ่มอัตราการส่งมอบตรงเวลา จาก 61% เป็น 97%
  • ลด Lead Time ได้สูงสุด 35%
  • ลด Backorders มูลค่ากว่า 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้าน Unilever ประเทศอินเดีย นำ AI มาประยุกต์ใช้ในการวางแผน การจัดซื้อ และการผลิต ส่งผลให้

  • ลดเวลาตอบสนองต่อความต้องการของตลาด 72%
  • ลดเวลาเปลี่ยนสายการผลิต 40%
  • เพิ่มระดับการให้บริการลูกค้าเป็น 99%

⟶  อ่านต่อ: Teradyne Robotics เปิดตัว Physical AI สำหรับโรงงาน

AI กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ Smart Manufacturing

WEF ระบุว่า ปัจจุบัน AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทดลองอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของโรงงานอัจฉริยะ ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การบริหารคลังสินค้า การจัดการโลจิสติกส์ ไปจนถึงการบริหารพลังงานและการพัฒนาทักษะบุคลากร

นอกจากนี้ WEF ยังเปิดตัวโครงการ Impact Stars เพื่อยกย่องนวัตกรรมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานของภาคการผลิตในอนาคต

บทเรียนสำหรับผู้ผลิตไทย

แนวโน้มจาก Global Lighthouse Network สะท้อนว่า ความสำเร็จของ Smart Manufacturing ไม่ได้เกิดจากการลงทุนใน AI เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การพัฒนาทักษะบุคลากร และการใช้ข้อมูลตลอดทั้ง Value Chain ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตทั่วโลก 

⟶ อ่านเพิ่มเติม: 5 เทรนด์หุ่นยนต์โลกปี 2569 เมื่อ AI ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ยุคอัตโนมัติขั้นสูง

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH