MPI ธ.ค. 2568 โต 2.52% ยานยนต์ฟื้น สศอ. เตือนรับ CBAM ปี 2569

ดัชนี MPI ธ.ค. 2568 ขยายตัว 2.52% ยานยนต์ฟื้น สศอ. เตือนผู้ประกอบการรับ CBAM ปี 2569

อัปเดตล่าสุด 29 ม.ค. 2569
  • Share :
  • 1,526 Reads   

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 93.27 ขยายตัวร้อยละ 2.52 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากการผลิตยานยนต์ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัว และมาตรการภาครัฐช่วยพยุงกำลังซื้อ ขณะที่ภาพรวม MPI ทั้งปี 2568 อยู่ที่ระดับ 95.81 หดตัวเล็กน้อยร้อยละ 0.78 ด้าน สศอ. เตือนผู้ประกอบการเร่งเตรียมรับมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปที่จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมจริงในปี 2569

29 มกราคม 2569 — นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 93.27 ขยายตัวร้อยละ 2.52 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 57.60 เนื่องจากการผลิตยานยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง ผู้ประกอบการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 1.5 เท่าของยอดรถยนต์ไฟฟ้านำเข้ามาจำหน่ายในปีที่ผ่านมา รวมถึงการส่งออกภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ประกอบกับประชาชนมีการเร่งใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งพลัส อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีมาตรการสำคัญอื่น เช่น เที่ยวดีมีคืน และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็นต้น ส่งผลให้ภาพรวมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปี 2568 กลับมาหดตัวลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.78 อยู่ที่ระดับ 95.81 และอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 58.67

สำหรับปัจจัยที่กดดันภาคอุตสาหกรรมในเดือนธันวาคม 2568 ได้แก่ ค่าเงินบาทแข็งค่าส่งผลให้การแข่งขัน ด้านราคาสินค้าส่งออกได้รับผลกระทบ ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อจากท่าทีแข็งกร้าวของนโยบายระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในหลายประเด็นได้บั่นทอนบรรยากาศการค้าและการลงทุนโลก ส่งผลให้ภาคธุรกิจชะลอการตัดสินใจลงทุน ประกอบกับความไม่สงบบริเวณชายแดนไทยกัมพูชาส่งผลต่อการค้าชายแดน โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น รวมถึงการท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น เนื้อสุกรและเนื้อปลาแช่แข็ง รองเท้า เครื่องดื่ม เป็นต้น

ด้านระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนมกราคม 2569 “ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง” โดยปัจจัยภายในประเทศยังต้องเฝ้าระวัง หลังความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ลดลงเนื่องจากความกังวลนโยบายการค้าโลก และค่าเงินบาทแข็งค่า ส่วนการลงทุนภาคเอกชนดีขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ด้านปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง โดยภาคการผลิตชะลอตัวในสหภาพยุโรปและอาเซียน ขณะที่ภาคการส่งออกของจีนและออสเตรเลียขยายตัวได้ในเดือนนี้

“มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปได้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมจริงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเหล็กและเหล็กกล้า และอะลูมิเนียม ต้องเร่งปรับตัวและเตรียมความพร้อม อย่างเป็นรูปธรรม สศอ. จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่ “เหล็กสีเขียว” เพื่อให้กระบวนการผลิตสามารถควบคุมการปลดปล่อยมลพิษเป็นไปตามมาตรฐาน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ พร้อมกำหนดเป้าหมาย ความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนสำหรับ Thai Green Steel (TGS) เป็น 3 ระยะ โดยเน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และรองรับกติกาการค้าสีเขียวที่เข้มข้นขึ้นในตลาดโลก” นายศุภกิจ กล่าว

อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนธันวาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

  • น้ำมันปาล์ม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 45.64 จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ตามปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากปริมาณฝนและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย
  • ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.52 จากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ, IC และ PCBA เป็นหลัก ตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตต่อเนื่องของตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลก
  • ยานยนต์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.02 จากรถยนต์นั่งขนาดมากกว่า 1,800 ซีซี รถยนต์นั่งไฟฟ้า รถยนต์นั่งไฮบริดขนาดมากกว่า 1,800 ซีซี และรถปิคอัพ เป็นหลัก จากฐานต่ำในปีก่อนที่ผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราว และมีการเร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ทันก่อนมาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลง

อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนธันวาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

  • น้ำตาล หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17.71 จากน้ำตาลทรายดิบ เป็นหลัก ตามปริมาณอ้อย เข้าหีบที่ลดลงจากปีก่อน และสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาส่งผลกระทบต่อการตัดอ้อย ทำให้โรงงานต้องหยุด การผลิตชั่วคราว รวมทั้งผู้ผลิตมีการปรับแผนรับอ้อยเข้าสู่โรงงานในช่วงปลายปี
  • เครื่องจักรอื่น ๆ ที่ใช้งานทั่วไป หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 14.27 ตามการชะลอตัวของตลาดในประเทศและต่างประเทศ จากเศรษฐกิจชะลอตัวและผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง ส่งผลให้ตัวแทนจำหน่ายปรับลดคำสั่งซื้อเนื่องจากมีสินค้าในสต๊อกจำนวนมาก ประกอบกับมีคำสั่งซื้อสินค้า BTU สูงเพิ่มขึ้น
  • กาแฟ ชา และสมุนไพรผงสำหรับชงเป็นเครื่องดื่ม หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 85.89     จากกาแฟสำเร็จรูป เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หยุดผลิตต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568
     


#MPI #อุตสาหกรรมไทย #เศรษฐกิจอุตสาหกรรม #ManufacturingThailand #IndustryOutlook #MReportTH #ข่าวอุตสาหกรรม


บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH