อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าไทย ปี 2568 ขยายตัวจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าไทย ปี 2568 ขยายตัว รับแรงหนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ

อัปเดตล่าสุด 29 ม.ค. 2569
  • Share :
  • 1,130 Reads   

อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน สะท้อนผ่านการเพิ่มขึ้นของการผลิตและการบริโภคในเกือบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งเหล็กทรงยาว เหล็กทรงแบน และท่อเหล็ก
ปัจจัยสำคัญมาจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

การผลิตเหล็กและเหล็กกล้า

ปี 2568* คาดว่าขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอยู่ที่ 91.6 ขยายตัวร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งขยายตัวทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเหล็กทรงยาวเหล็กทรงแบน และท่อเหล็ก โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเหล็กทรงยาวที่ขยายตัว เช่น เหล็กเส้นกลม เหล็กโครงสร้างรูปพรรณชนิดรีดร้อน และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณชนิดรีดเย็น สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเหล็กทรงแบนที่ขยายตัว เช่น เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัว เนื่องจากการบริโภคเหล็กในประเทศขยายตัวจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ

การบริโภคเหล็กในประเทศ

ปี 2568* คาดว่ามีปริมาณ 18.3 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 11.0 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งขยายตัวทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเหล็กทรงยาวและเหล็กทรงแบนโดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเหล็กทรงยาวทุกประเภทมีการบริโภคขยายตัว สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเหล็กทรงแบนมีการบริโภคขยายตัว โดยเฉพาะเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม เหล็กแผ่นเคลือบดีบุก และเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นหลัก

​การนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้า

ปี 2568* คาดว่ามีมูลค่า 10.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหดตัวในกลุ่มเหล็กทรงแบน ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่านำเข้าหดตัว เช่น เหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน และเหล็กแผ่นเคลือบส่วนกลุ่มเหล็กทรงยาวที่มีมูลค่านำเข้าขยายตัว ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่านำเข้าขยายตัว เช่น เหล็กเส้น เหล็กโครงสร้างรีดร้อนและเหล็กลวด ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง

แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ปี 2569

แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กในปี 2569 คาดการณ์ว่า การผลิตจะขยายตัวร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับการบริโภคเหล็กปี 2569 คาดว่ามีปริมาณ 18.6 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน การผลิตและการบริโภคขยายตัวโดยมีปัจจัยจากการขยายตัวของโครงการก่อสร้างโครงสร้าง พื้นฐานของภาครัฐ ทั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม เช่นการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าของประเทศคู่ค้า เช่น สหรัฐอเมริกา รวมถึงการดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมเหล็กของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ส่งออกเหล็กรายใหญ่ของโลก เนื่องจากจะส่งผลต่อปริมาณ การผลิตเหล็กในประเทศ

 

อ่านต่อ: 

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH