ยอดขายรถยนต์ไทย พ.ค. 2569 โต 10.6% BEV พุ่ง 61% รถกระบะยังฟื้นช้า

ยอดขายรถยนต์ไทย พ.ค. 69 โต 10.6% แตะ 57,765 คัน BEV ยังแรง ส่วนกระบะเริ่มฟื้นแต่สินเชื่อยังเป็นแรงกดดัน

อัปเดตล่าสุด 29 มิ.ย. 2569
  • Share :
  • 1,491 Reads   

ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยเดือนพฤษภาคม 2569 กลับมาเติบโตต่อเนื่อง โดยมียอดจำหน่ายรวม 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 19.36% จากเดือนเมษายน และเพิ่มขึ้น 10.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และ SUV ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รถบรรทุกฟื้นตัวจากการกลับมาผลิตของผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตลาดรถกระบะยังขยายตัวได้เพียงเล็กน้อยจากข้อจำกัดด้านสินเชื่อและกำลังซื้อในประเทศ

29 มิถุนายน 2569 — นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลขยอดขายรถยนต์ภายในประเทศประจำเดือนพฤษภาคม 2569 

ภาพรวมตลาดรถยนต์ พ.ค. 2569

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนพฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 19.36% จากเดือนเมษายน 2569 แต่เพิ่มขึ้น 10.60% จากเดือนพฤษภาคม 2568

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณารถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ขณะเดียวกัน การกลับมาผลิตของผู้ผลิตรถบรรทุกบางรายหลังย้ายโรงงานแล้วเสร็จ ช่วยสนับสนุนยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์

แม้ว่าตลาดจะฟื้นตัว แต่รถกระบะซึ่งเป็นดัชนีสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มขึ้นเพียง 0.21% จากปีก่อน สะท้อนว่าการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 80% ของ GDP ยังคงกดดันกำลังซื้อของภาคครัวเรือน

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 40,907 คัน เท่ากับ 70.82% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 15.04% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) มีจำนวน 8,435 คัน เท่ากับ 14.60% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 38.74% 
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 18,034 คัน เท่ากับ 31.22% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 61.19 % 
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 1,663 คัน เท่ากับ 2.88% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 123.82% 
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์​ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) มีจำนวน 73 คัน เท่ากับ 0.13% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 100% 
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) มีจำนวน 12,702 คัน เท่ากับ 21.99% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 28.82% 
  • รถกระบะ มีจำนวน 11,171 คัน เพิ่มขึ้น 0.21% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
  • รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 201 คัน เพิ่มขึ้น 133.72% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
  • รถกระบะ REEV มีจำนวน 5 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย
  • รถ HEV มีจำนวน 4 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย
  • รถ PPV มีจำนวน 3,164 คัน เพิ่มขึ้น 2.10% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
  • รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 1,496 คัน เพิ่มขึ้น 26.99% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
  • รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 35 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย
  •  รถประเภทอื่น ๆ มีจำนวน 782 คัน ลดลง 32.47% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว

📌 จุดที่น่าสนใจคือ BEV ครองสัดส่วนถึง 31.22% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่ HEV มีสัดส่วน 21.99% สะท้อนว่าตลาดไทยกำลังขยายตัวในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้เติบโตเฉพาะ BEV เพียงอย่างเดียว

👉 อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติม:
EV ไทยกำลังเข้าสู่ยุค HEV Dominance จริงหรือ?

ยอดขายสะสม ม.ค.– พ.ค. 2569

ตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษถาคม 2569 รถยนต์มียอดขาย 288,242​ คัน เพิ่มขึ้น 14.10% จากปี 2568 แยกเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 197,935 คัน เท่ากับ 68.67% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 21.62% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) มีจำนวน 46,321 คัน เท่ากับ 16.07% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 24.93% 
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 82,143 คัน เท่ากับ 28.50% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 83.27% 
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 4,554 คัน เท่ากับ 1.58% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 2.41
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์​ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) มีจำนวน 781 คัน เท่ากับ 0.27% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 100% 
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) มีจำนวน 64,136 คัน เท่ากับ 22.25% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 23.87% 
  • รถกระบะ มีจำนวน 59,265 คัน ลดลง 5.13% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
  • รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 695 คัน เพิ่มขึ้น 168.34% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
  • รถกระบะ REEV มีจำนวน 12 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย
  • รถ HEV มีจำนวน 210 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย 
  • รถ PPV มีจำนวน 17,910 คัน เพิ่มขึ้น 16.56% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
  • รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 7,690 คัน เพิ่มขึ้น 31.39% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว
  • รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 71 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย
  • รถประเภทอื่น ๆ มีจำนวน 4,454 คัน ลดลง 24.80% จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว

👉 อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติม:
เจาะลึกมาตรการ EV 3.0 – EV 3.5: เปลี่ยนโครงสร้างตลาดรถยนต์ไทยอย่างไร

แนวโน้มครึ่งปีหลังยังขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจและสินเชื่อ

ส.อ.ท. มองว่าตลาดรถยนต์ไทยมีโอกาสเติบโตต่อในช่วงครึ่งปีหลัง จากหลายปัจจัยสนับสนุน ได้แก่

  • มูลค่าการลงทุนที่ได้รับอนุมัติในช่วง 5 เดือนแรกของปีสูงถึง 153,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.46%
  • การส่งออกรถยนต์เดือนพฤษภาคมเติบโต 10.6%
  • ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็น 2.3%
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐ รวมถึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ภาระหนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
 

#ยอดขายรถยนต์ไทย #ตลาดรถยนต์2569 #EVประเทศไทย #HEV #สินเชื่อรถยนต์ #อุตสาหกรรมยานยนต์ #IndustryNews #MReportTH
 

ตัวเลขสถิติอุตสาหกรรมยานยนต์ 2569

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH