ยอดจดทะเบียน EV ไทย เม.ย. 69 BEV โต 63% แตะเกือบ 1 หมื่นคัน ขณะ PHEV ร่วงแรงกว่า 61%
ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเดือนเมษายน 2569 ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม BEV ที่ขยายตัวแรงกว่า 63% ขณะที่ HEV ยังคงรักษาสถานะ “ตลาดหลัก” ได้ต่อเนื่อง ส่วน PHEV หดตัวหนักกว่า 61% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของตลาดรถยนต์ไทยหลังยุคมาตรการ EV 3.0
25 พฤษภาคม 2569 — นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยข้อมูลจดทะเบียนยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ ของประเทศไทย ประจำเดือนเมษายน 2569 โดยพบว่า ตลาด EV ไทยยังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้กำลังซื้อโดยรวมยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและสินเชื่อ
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทย: EV ขยายตัวต่อเนื่อง
เดือนเมษายน 2569 มียานยนต์จดทะเบียนใหม่รวม 42,152 คัน เพิ่มขึ้น 3.48% จากปีที่แล้ว โดยตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2569 จำนวน 211,962 คัน เพิ่มขึ้น 19.88% จากปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็น
- ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 9,963 คัน สัดส่วน 63.54% และตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2569 มีจำนวน 65,247 คัน สัดส่วน 110%
- ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 8,311 คัน สัดส่วน 23.60% และตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2569 มีจำนวน 38,722 คัน สัดส่วน 21.42%
- ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 9,954 สัดส่วน 1.73% และตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2569 มีจำนวน 48,065 คัน สัดส่วน 4.62%
- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 12,645 คัน สัดส่วน 22.21% และตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2569 มีจำนวน 60,486 คัน สัดส่วน 25.64%
- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 1,279 คัน สัดส่วน 61.10% และตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2569 มีจำนวน 5,442 คัน สัดส่วน 26.34%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า “รถไฟฟ้า” ยังคงเป็นแรงขับหลักของตลาด ขณะที่รถ ICE เริ่มสูญเสียสัดส่วนต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเบนซินที่ลดลงแรงที่สุด
BEV โตต่อเนื่อง จากแรงหนุน Motor Show และการแข่งขันราคา
เดือนเมษายน 2569 รถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV จดทะเบียนใหม่รวม 12,512 คัน เพิ่มขึ้น 55.84% จากปีก่อน
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 10,007 คัน เพิ่มขึ้น 59.75%
- รถยนต์นั่ง 9,974 คัน
- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน 27คัน
- รถยนต์บริการธุรกิจ 3 คัน
- รถยนต์บริการทัศนาจร 3 คัน
- รถกระบะ รถแวน มีทั้งสิ้น 23 คัน ลดลง 11.54%
- รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 2,453 คัน เพิ่มขึ้น 43.96% จากเดือนเมษายน 2568
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 2,453 คัน
- รถยนต์สามล้อ มีทั้งสิ้น 1 คัน ลดลง 66.67%
- รถยนต์รับจ้างสามล้อ 1 คัน
- รถโดยสาร มีทั้งสิ้น 10 คัน เพิ่มขึ้น 233.33%
- รถบรรทุก มีทั้งสิ้น 18 คัน ลดลง 37.93%
ยอดสะสม BEV ยังโตแรงเกือบ 90%
เดือนมกราคม - เมษายน 2569 ยอดจดทะเบียนใหม่ BEV สะสมอยู่ที่ 75,493 คัน เพิ่มขึ้น 88.64% จากปีก่อน
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 67,063 คัน เพิ่มขึ้น 111.82%
- รถยนต์นั่ง 65,278 คัน
- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน 1,751 คัน
- รถยนต์บริการธุรกิจ 19 คัน
- รถยนต์บริการทัศนาจร 15 คัน
- รถกระบะ รถแวน มีทั้งสิ้น 136 คัน เพิ่มขึ้น 25.93%
- รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 8,089 คัน ลดลง 0.20% จากเดือนมกราคม – เมษายน 2568
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 8,087 คัน
- รถจักรยานยนต์สาธารณะ 2 คัน
- รถยนต์สามล้อ มีทั้งสิ้น 17 คัน เพิ่มขึ้น 112.50%
- รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล 17 คัน
- รถโดยสาร มีทั้งสิ้น 62 คัน เพิ่มขึ้น 24%
- รถบรรทุก มีทั้งสิ้น 126 คัน เพิ่มขึ้น 43.18%
HEV ยังเป็น “Mass Market” ของไทย
แม้ BEV จะเติบโตแรง แต่ HEV ยังคงเป็นกลุ่มที่มี volume ใหญ่ที่สุดของตลาด
เดือนเมษายน 2569 HEV จดทะเบียนใหม่ 12,704 คัน เพิ่มขึ้น 21.27% จากปีก่อน สูงกว่า BEV เล็กน้อยในเชิงจำนวน
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 12,657 คัน เพิ่มขึ้น 21.98%
- รถยนต์นั่ง 12,645 คัน
- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน 1 คัน
- รถยนต์บริการธุรกิจ 1 คัน
- รถยนต์บริการทัศนาจร 10 คัน
- รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 47 คัน ลดลง 53% จากเดือนเมษายน 2568
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 47 คัน
ยอดสะสม HEV 4 เดือนแรกอยู่ที่ 60,756 คัน เพิ่มขึ้น 24.91%
เดือนมกราคม - เมษายน 2569 จดทะเบียนใหม่รวม 60,756 คัน เพิ่มขึ้น 24.91% จากปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 60,529 คัน เพิ่มขึ้น 25.30%
- รถยนต์นั่ง 60,486 คัน
- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน 5 คัน
- รถยนต์บริการธุรกิจ 10 คัน
- รถยนต์บริการทัศนาจร 28 คัน
- รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 227 คัน ลดลง 31.83% จากเดือนมกราคม – เมษายน 2568
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 227 คัน
จุดสำคัญคือ HEV ยังเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่ง incentive ระดับสูงเท่า BEV และยังตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยในด้าน
- ความคุ้นเคยในการใช้งาน
- ความกังวลเรื่อง charging
- ความง่ายในการขอสินเชื่อ
- ราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า BEV หลายรุ่น
แนวโน้มนี้สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ก่อนหน้าของ M Report เรื่อง
“EV ไทยกำลังเข้าสู่ยุค HEV Dominance จริงหรือ?”
ซึ่งชี้ว่า HEV กำลังกลายเป็น “จุดสมดุลใหม่” ของตลาดยานยนต์ไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน
PHEV ร่วงแรงกว่า 61% สะท้อน Positioning ที่ยากขึ้น
กลุ่มที่น่าจับตาที่สุดคือ PHEV ซึ่งเดือนเมษายน 2569 มียอดจดทะเบียนใหม่เพียง 1,280 คัน ลดลงถึง 61.07% มาจาก
- รถยนต์นั่ง จำนวน 1,279 คัน
- รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 1 คัน
แม้ยอดสะสมทั้งระบบยังเพิ่มขึ้น 22.93% แต่มุมมองเชิงตลาดเริ่มชัดเจนว่า PHEV กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งสองด้าน ได้แก่
- BEV ที่ราคาลดลงเร็วขึ้น
- HEV ที่ใช้งานง่ายและต้นทุนต่ำกว่า
ส่งผลให้ PHEV กลายเป็น segment ที่แข่งขันยากที่สุดในตลาด EV ไทยปัจจุบัน
ตลาด EV ไทยกำลังเข้าสู่ “Phase ใหม่”
หากพิจารณาโครงสร้างตลาดเดือนเมษายน 2569 จะพบว่า ตลาดไทยไม่ได้อยู่ในช่วง “BEV takeover” แบบที่หลายฝ่ายคาดไว้เมื่อ 2–3 ปีก่อน
- BEV สะสม 447,351 คัน เพิ่มขึ้น 67.63%
- HEV สะสม 665,034 คัน เพิ่มขึ้น 28.49%
- PHEV จดทะเบียนสะสม 86,708 คัน เพิ่มขึ้น 22.93%
แต่กำลังเข้าสู่โครงสร้างใหม่ที่
- HEV เป็นตลาด mass volume
- BEV เป็น growth engine
- PHEV ถูก squeeze ตรงกลาง
- ICE ค่อย ๆ ลดบทบาทลง
สิ่งนี้มีผลโดยตรงต่อทั้ง OEM, supplier, charging ecosystem, automation provider รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนใน supply chain ที่ต้องวางกลยุทธ์ใหม่ให้สอดคล้องกับ demand structure ที่เปลี่ยนไป
แนะนำบทความที่เกี่ยวข้อง
บทความ: “EV ไทยกำลังเข้าสู่ยุค HEV Dominance จริงหรือ?”
ข่าว: “ยอดขายรถยนต์ไทย เม.ย. 2569”
บทความ: “เจาะลึกมาตรการ EV 3.0 – EV 3.5”
#ยอดจดทะเบียนEV #EVประเทศไทย #BEV #HEV #ตลาดรถยนต์ไทย #รถยนต์ไฟฟ้า #MReportTH #IndustryNews
EV Manufacturing & Infrastructure Insight
ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและผู้ประกอบการใน supply chain กำลังเร่งลงทุนใน:
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / Twitter / YouTube @MreportTH
