อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ไตรมาส 3/2568 MPI พุ่ง 13.9% รับดีมานด์ในประเทศฟื้นตัว
อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ขยายตัวร้อยละ 13.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของการผลิตเหล็กทรงแบน เหล็กทรงยาว และท่อเหล็กกล้า โดยเฉพาะเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนและเหล็กเส้นข้ออ้อย สอดคล้องกับการขยายตัวของการบริโภคเหล็กในประเทศที่ได้รับแรงหนุนจากภาคก่อสร้างและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว
- ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเหล็ก ไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 4.1% จากอุปสงค์ในประเทศเพิ่มขึ้น
- อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียมนำโด่ง
การผลิตเหล็กและเหล็กกล้า
ไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมมีค่า 97.8 ขยายตัวร้อยละ 13.9 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY) และขยายตัวร้อยละ 8.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวทั้งจากการผลิตเหล็กทรงยาว เหล็กทรงแบน และท่อเหล็ก การผลิตเหล็กทรงแบน ขยายตัวร้อยละ 21.7ผลิตภัณฑ์ที่มีการขยายตัวมากที่สุดของเหล็กทรงแบน ได้แก่ เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน ขยายตัวร้อยละ 42.1 รองลงมาคือ เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม และเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก ขยายตัวร้อยละ 29.7 และ 13.9 ตามลำดับ ส่วนการผลิตเหล็กทรงยาว ขยายตัวร้อยละ 10.0 ผลิตภัณฑ์ที่การผลิตขยายตัวมากที่สุด ได้แก่ เหล็กเส้นข้ออ้อย ขยายตัวร้อยละ 21.2 รองลงมา คือ เหล็กเส้น กลม และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ชนิดรีดร้อน ขยายตัวร้อยละ 20.0 และ 11.7 ตามลำดับ และการผลิตท่อเหล็กกล้า ขยายตัวร้อยละ 11.7

การบริโภคเหล็กในประเทศ
ไตรมาสที่ 3 ปี 2568 มีปริมาณ 4.8 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 12.3 เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY) และขยายตัวร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) โดยเมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน การบริโภคขยายตัวทั้งในผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาวและเหล็กทรงแบน
โดยการบริโภคเหล็กทรงยาวขยายตัวร้อยละ 31.7 จากเหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้าง และเหล็กลวด ส่วนการบริโภคเหล็กทรงแบนขยายตัวร้อยละ 1.1 จากเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียมเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก และเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน
การนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้า
ไตรมาสที่ 3 ปี 2568 มีปริมาณ 3.0 ล้านตัน หดตัวร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY) และหดตัวร้อยละ 7.0 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เหล็กทรงแบนหดตัวร้อยละ 7.3 ผลิตภัณฑ์ที่การนำเข้าหดตัวมากที่สุด ได้แก่ เหล็กแผ่นรีดร้อน ประเภท Carbon steel หดตัวร้อยละ 30.8 (ตลาดหลักที่ไทยนำเข้าลดลง เช่น จีน อินโดนีเซีย และ ญี่ปุ่น) รองลงมา คือ เหล็กเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน และ เหล็กแผ่น รีดร้อนชนิดม้วน ประเภท carbon steel หดตัวร้อยละ 25.4 และ 21.7 ตามลำดับ ส่วนการนำเข้าเหล็กทรงยาว ขยายตัวร้อยละ 13.9 ผลิตภัณฑ์ที่การนำเข้าขยายตัวมากที่สุด ได้แก่ เหล็กลวด ประเภท Alloy steelขยายตัวร้อยละ 37.4 (ตลาดหลักที่ไทยนำเข้าเพิ่มขึ้น เช่น จีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน) รองลงมา คือ เหล็กเส้น และ เหล็กลวด ประเภท Carbon steel ขยายตัวร้อยละ 19.9 และ 11.0 ตามลำดับ

แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าไตรมาสที่ 4 ปี 2568
คาดการณ์การผลิตจะขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่นโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการผลิตและการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น
อ่านต่อ:
- US Section 232 Tariffs ฉบับใหม่ เพิ่มภาษีเครื่องจักรโลหะ 50% กระทบห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก
- กำแพงภาษีเหล็กสหรัฐฯ วิกฤติหรือโอกาสของผู้ส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า
- “นิปปอน สตีล” ปิดดีลซื้อ US Steel พร้อมเดินเกมใหญ่ ทุ่มลงทุน 4 ล้านล้านเยน
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ยอดขายรถยนต์ 2567
- 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2568
- คาร์บอนเครดิต คือ
- ยอดขายมอเตอร์ไซด์ 2567
- “ยานยนต์ไร้คนขับ” กับทิศทางการเติบโตในปี 2022-2045
- ยอดลงทุนปี 67 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ยอดจดทะเบียนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า 2567
- สถิติส่งออกกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนไทยปี 2567
- เทคโนโลยีในงานโลจิสติกส์ มีอะไรบ้าง
- 5 เทคนิค “มือใหม่ใช้เครื่อง CNC”
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
