ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. 69 ฟื้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. 69 ฟื้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน รับแรงหนุน “ไทยช่วยไทยพลัส” และราคาน้ำมันลด

อัปเดตล่าสุด 9 ก.ค. 2569
  • Share :
  • 3,993 Reads   

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนมิถุนายน 2569 ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน แตะ 50.7 รับแรงหนุนจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ราคาน้ำมันปรับลด และความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย แม้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง

กรุงเทพฯ, กรกฏาคม 2569 — ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และหอการค้าไทย ได้สอบถามตัวอย่างจากประชาชนทั่วประเทศ 2,245คน แยกเป็นกลุ่มตัวอย่างในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ร้อยละ 40.2 และต่างจังหวัดร้อยละ 59.8 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชาย และเพศหญิง ประมาณร้อยละ 49.8 และ 50.2 ตามลำดับ 

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่น

ปัจจัยด้านบวก

  • ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง โดย ราคาน้ำมันขายปลีกแก๊สโซฮอล์ ออกเทน 91(E10) และแก๊สโซฮอล์ ออกแทน 95(E10) ปรับตัวลดลงประมาณ 4.85 และ 4.85 บาทต่อลิตร จากระดับ 42.53 และ 42.90 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ตามลำดับ มาอยู่ที่ระดับ 37.68 และ 38.050 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนมิถุนา 2569 ตามลำดับ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ ปรับตัวลดลงประมาณ 3.20 บาทต่อลิตร จากระดับ 40.70 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 มาอยู่ที่ระดับ 37.50 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569
  • การส่งออกของไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 34,333.07 1,000,000 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10.59% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 40,044.49 1,000,000 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 35.11% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 5,711.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 ส่งออกได้รวม 162,085.91 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.04 และ มีการนำเข้ารวม 187,295.20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • SET index ในเดือนมิถุนายน 2569 ปรับตัวขึ้น 22.87 จุด เป็น 1591.24 จุด ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 สะท้อนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนต่อแถวแนวโน้มเศรษฐกิจภายในระยะข้างหน้า

ปัจจัยด้านลบ

  • ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า ตลอดจนมีปัญหาค่าครองชีพ รวมถึงยังรู้สึกว่ารายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าของชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • ราคาข้าวเปลือกเจ้าและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อยู่ในระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก มีผลต่อกำลังซื้อในบางพื้นที่ต่างจังหวัดในระยะนี้
  • ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายไทย-กัมพูชา แม้ว่าจะมีการเจรจาหยุดยิงก็ตามแต่สถานการณ์ดังกล่าว ยังส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประชาชนในจังหวัดตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา
  • เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับ 32.527 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 เป็น 32.911 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569
  • ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านภูมิศาสตร์ของโลกที่ยังคงยืดเยื้อ ทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การสู้รบระหว่างอิสราเอลและขบวนการฮามาส (Hamas) ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและพลังงานโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น
  • ความกังวลต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน

จากผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2569 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มคลี่คลายอย่างชัดเจนหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงและลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หยุดยิงชั่วคราว และราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศเริ่มปรับตัวลดลง ประกอบกับรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นเดือนแรก ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในประชนซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 44.1 48.7 และ 59.3 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนพฤษภาคม ที่อยู่ในระดับ 43.1 47.5 และ 57.9 ตามลำดับ การที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามที่ยังมีความไม่แน่นนอน ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ยังคงทรงตัวสูงซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีความเสี่ยงที่จะฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 49.5 เป็น 50.7 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะคลี่คลายลงถาวรหรือไม่ ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้ 

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 33.6 เป็น 34.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 57.3 มาอยู่ที่ระดับ 58.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ แต่จะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายน 2569  และหากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลายลงอย่างถาวรและราคาน้ำมันลดลงกลับมาเป็นปกติ  คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและการบริโภคจะปรับตัวจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

 

#CCI #ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค #เศรษฐกิจไทย #หอการค้าไทย #การเมืองไทย #ค่าครองชีพ #GDPไทย #IndustryNews #MReportTH

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH