ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค. 2569 ลดเหลือ 51.8 กังวลสงคราม-น้ำมันแพง กดดันการใช้จ่าย
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนมีนาคม 2569 ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ระดับ 51.8 จาก 53.7 ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์สงคราม ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย และมองว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า
การสำรวจดังกล่าวจัดทำโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและหอการค้าไทย ได้ดำเนินการโดยออกแบบสอบถามตัวอย่างจากประชาชน ทั่วประเทศเป็นจำนวน 2,241 คน แยกเป็นกลุ่มตัวอย่างในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40.2% และต่างจังหวัด 59.8% ขณะที่สัดส่วนเพศใกล้เคียงกัน โดยเป็นเพศชาย 49.8% และเพศหญิง 50.2%
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่น
ปัจจัยด้านบวก
- ปัจจัยการเมืองในประเทศเริ่มมีความชัดเจนขึ้น หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 และมีการประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะหนุนความเชื่อมั่น บรรยากาศการลงทุน และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าอยู่ระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาล
- ความคาดหวังต่อนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงเสถียรภาพและทิศทางทางการเมือง
- การส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่า 29,439.65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 9.87% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 32,273.29 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 31.80% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 2,833.64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ช่วง 2 เดือนแรกปี 2569 ส่งออกได้รวม 61,012.71 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.96 และมีการนำเข้ารวม 67,149.78 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.52 ส่งผลให้ขาดดุลการค้ารวม 6,137.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ปัจจัยด้านลบ
- ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เกิดเหตุการณ์การสู ้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงสิ่งที่ได้จากการผลิตน้ำมันก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยเม็ดพลาสติก ในตลาดโลกได้ปรับตัวราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลกให้ช้าลงหรือชะลอตัวลง และอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในอนาคต
- ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันขายปลีกแก๊สโซฮอล ออกเทน 91 (E10) และแก๊สโซฮอล ออกเทน 95 (E10) ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 11.50 และ 11.50 บาทต่อลิตร จากระดับ 30.18 และ 30.55 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตามลำดับ มาอยู่ที่ระดับ 41.68 และ 42.05 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ตามลำดับ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10.80 บาทต่อลิตร จากระดับ 29.94 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มาอยู่ที่ระดับ 40.74 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 เป็นผลมาจากเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า ตลอดจนปัญหาค่าครองชีพ รวมถึงยังรู้สึกว่ารายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นประกอบกับราคาน้ำมันและพลังงานที่ผันผวนกดดันต้นทุนค่าครองชีพและค่าขนส่ง ทำให้ครัวเรือนบางส่วนปรับแผนการใช้จ่ายหรือเลื่อนการลงทุนเล็กน้อย
- ราคาข้าวเปลือกเจ้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา อยู่ในระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก มีผลต่อกำลังซื้อในบางพื้นที่ต่างจังหวัดในระยะนี้
- SET Index ในเดือนมีนาคม 2569 ปรับตัวลดลง 80.12 จุด โดยปรับตัวลดลงจาก 1,528.26 จุด ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็น 1,448.14 จุด ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569
- เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับ 31.254 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็น 32.294 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น ซึ่งกดดันเงินบาทและสกุลภูมิภาคเอเชียอื่นให้อ่อนค่าลงตาม
- ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายไทย - กัมพูชา แม้ว่าจะมีการเจรจาหยุดยิงก็ตาม แต่สถานการณ์ดังกล่าว ยังส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประชาชนในจังหวัดตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา
- ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่ยังคงยืดเยื้อ ทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับขบวนการฮามาส (Hamas) ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและพลังงานโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น
- ความกังวลต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในเขตพื้นที่ กทม. และปริมณฑล และในบางจังหวัดของภาคเหนือ และภาคกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน
จากผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมีนาคม ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 45.5 49.8 และ 60.2 ตามลำดับ ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนมกราคม ที่อยู่ในระดับ 47.3 51.5 และ 62.4 ตามลำดับ การที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงคราม ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.7 เป็น 51.8 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะคลี่คลายลงเมื่อไร ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลงจากระดับ 37.4 เป็น 35.9 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวลดลงจากระดับ 61.7 มาอยู่ที่ระดับ 59.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าบริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร รุนแรงมากน้อยเพียงใด และจะยุติเร็วแค่ไหน ตลอดจนมาตรการของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบจากภาวะสงครามและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะเป็นอย่างไร
#CCI #ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค #เศรษฐกิจไทย #หอการค้าไทย #การเมืองไทย #ค่าครองชีพ #GDPไทย #IndustryNews #MReportTH
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยตั้งเป้าผลิตยานยนต์ปี 2569
- 18 ค่ายเครื่องจักรกลคาดปี 2569
- เปิด 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2569
- วิธีวิเคราะห์และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน
- CMM คืออะไร? Ultimate Guide สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (2569)
- ถอดรหัสอนาคตการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV
- “ยานยนต์ไร้คนขับ” กับทิศทางการเติบโตในปี 2022-2045
- ยอดขายรถยนต์ 2568
- สถิติส่งออกกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนไทยปี 2568
- ยอดจดทะเบียนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า 2568
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
