CCI ส.ค. 69 แตะ 53.2 ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นต่อเนื่องเดือนที่ 3

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค. 69 ปรับขึ้นต่อเนื่องเดือนที่ 3 แตะ 53.2 สูงสุดรอบ 6 เดือน

อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2569
  • Share :
  • 4,113 Reads   

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือน แตะระดับ 53.2 สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 จากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ผ่อนคลายลง ราคาน้ำมัน และแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและราคาพืชผลเกษตร ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย มองกำลังซื้อมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 4 หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายและราคาน้ำมันกลับสู่ระดับปกติ

กรุงเทพฯ, กันยายน 2569 — ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนสิงหาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วประเทศ 2,245 คน โดยเป็นกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40.2% และต่างจังหวัด 59.8%

CCI ส.ค. 69 แตะ 53.2 ฟื้นต่อเนื่องเดือนที่ 3

ปัจจัยด้านบวก

  • รัฐบาลดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60 / 40” เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและช่วยบรรเทาภาวะค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลสนับสนุนเงินรวมจ่าย 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนประชาชน รวมจ่าย 40% หรือต้องเติมเงินเพิ่ม 133 บาทต่อวัน หรือประมาณ 667 บาทต่อเดือน โดยเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569
  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9% แต่ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรกของปี 2569 พร้อมทั้งปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ใหม่ จากเดิม 1.5 ถึง 2.5% เป็น 2.0 ถึง 2.5% โดยมีค่ากลางที่ 2.2% เนื่องจากการลงทุนของภาคเอกชนที่ขยายตัวสูงขึ้นในไตรมาส 2 และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการอุปโภคบริโภคภาคครัวเรือน การส่งออกสินค้ารวมถึงการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ
  • คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี โดยมองว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลาย ควบคู่กับมาตรการการเงินเฉพาะ. จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงส่งต่อเนื่องจากวัฏจักรเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่ด้านสินเชื่อรวมขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัว โดยต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง
  • การส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.64% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 38,399.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.71% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 3,610.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบขยายเวลาคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไว้ที่ 7% ต่ออีก 1 ปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 เพื่อลดค่าภาระค่าของชีพกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ
  • ราคาสินค้าเกษตรหลักได้แก่ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลในเชิงบวกต่อกำลังซื้อที่เริ่มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ต่างจังหวัดในช่วงนี้

ปัจจัยด้านลบ

  • ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า ตลอดจนมีปัญหาค่าครองชีพ รวมถึงยังรู้สึกว่ารายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าของชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันขายปลีกแก๊สโซฮอล์ ออกเทน 91 (E10) และแก๊สโซฮอล์ ออกเทน 95 (E10) ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1.00 และ 1.00 บาทต่อลิตร จากระดับ 36.32 และ 36.69 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ตามลำดับมาอยู่ที่ระดับ 37.32 และ 37.69 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ตามลำดับ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1.70 บาทต่อลิตร จากระดับ 36.69 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มาอยู่ที่ระดับ 38.39 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569
  • SET Index ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลง 28.48 จุด โดยปรับตัวลดลงจาก 1623.64 จุด ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 เป็น 1595.16 จุด ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569
  • ความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดโดยเฉพาะในภาคเหนือ ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงผลผลิตทางการเกษตร
  • เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากระดับ 33.490 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 เป็น 33.015 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569
  • ความกังวลต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาพลังงาน อันเนื่อง มาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตลอดจนสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่โครงสร้างความเสี่ยงเป็นระยะ ทั้งต่อราคาน้ำมันดิบและเส้นทางเดินเรือสำคัญ ( เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ) หากสถานการณ์ ทวีความรุนแรงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบโดยโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อและต้นทุนค่าครองชีพ ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และส่งผลกระทบเชิงลบต่อเนื่องมายังภาคส่งออกและเศรษฐกิจของไทย
  • ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย ยังคงสร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดตามแนวชายแดน

จากผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนสิงหาคม 2569 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือน และอยู่ในระดับสูงสุดนับรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นมา เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศไม่ได้อยู่ในระดับสูงจนเกินไป ประกอบกับรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และราคาพืชผลทางการเกษตรหลักปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในประชนซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตว่าจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด และค่าครองชีพในอนาคตที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่เริ่มกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง

ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ–การจ้างงานดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าระดับปกติ

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 46.6 50.9 และ 62.1 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือน เมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนกรกฎาคม ที่อยู่ในระดับ 45.3 49.8 และ 60.5 ตามลำดับ การที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามที่ยังมีความไม่แน่นนอน ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ยังคงทรงตัวสูงซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีความเสี่ยงที่จะฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือน จากระดับ 51.8 เป็น 53.2 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะคลี่คลายลงถาวรหรือไม่ตลอดจนสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศในอนาคต ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้ 

→ อ่านเพิ่มเติม: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. 69 ฟื้นต่อเนื่องเดือนที่ 2 แตะ 51.8 แต่ยังต่ำกว่า 100

กำลังซื้อยังระมัดระวัง ลุ้นฟื้นชัดเจนในไตรมาส 4

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือนเช่นเดียวกัน จากระดับ 35.5 เป็น 36.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือนเช่นเดียวกันจากระดับ 59.9 มาอยู่ที่ระดับ 61.4 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน

ค่าครองชีพ–ราคาน้ำมัน–ความเสี่ยงการเมืองยังฉุดความเชื่อมั่น

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ แต่จะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายน 2569 การส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี ตลอดจนการท่องเที่ยวที่จะกลับเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว หากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลายลงอย่างถาวรและราคาน้ำมันลดลงกลับมาเป็นปกติ และราคาพืชผลทางการเกษตรหลักปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและการบริโภคจะปรับตัวจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
 

#CCI #ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค #ความเชื่อมั่นผู้บริโภค #เศรษฐกิจไทย #หอการค้าไทย #กำลังซื้อ #ค่าครองชีพ #ไทยช่วยไทยพลัส #ราคาน้ำมัน #การบริโภค #ConsumerConfidence #MReportTH

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH