MPI ไตรมาส 4/68 หดตัว 0.24% แต่ EV และเซมิคอนดักเตอร์โตแรง | M Report

MPI ไตรมาส 4/68 หดตัว 0.24% แต่ EV–เซมิคอนดักเตอร์–น้ำมันปาล์มโตเด่น หนุนอุตสาหกรรมไทยฟื้นตัว

อัปเดตล่าสุด 8 มิ.ย. 2569
  • Share :
  • 3,226 Reads   

กองวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 94.64 ลดลง 0.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมโรงกลั่นปิโตรเลียม อุปกรณ์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาง อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และน้ำมันปาล์มยังขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนสัญญาณฟื้นตัวของภาคการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

👉 อ่านเพิ่มเติม:​ ภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย ไตรมาส 3/2568 ยังชะลอ MPI หดตัว 2.4% แต่ AI–อิเล็กทรอนิกส์เริ่มฟื้น

EV–เซมิคอนดักเตอร์–น้ำมันปาล์ม ดาวเด่นภาคการผลิตไทย

อุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวเด่นในไตรมาส 4 ปี 2568 ได้แก่

  • ยานยนต์ จากรถกระบะ 1 ตัน และรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้า ทั้งรถยนต์นั่งไฮบริดไม่เกิน 1800 ซีซี และรถยนต์นั่งไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ เป็นหลัก โดยมีการเร่งผลิตให้ทันก่อนมาตรการ ev 3.0 จะสิ้นสุดลง ประกอบกับในช่วงเดียวกันของปีก่อน มีผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราว
  • น้ำมันปาล์ม จากน้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เป็นหลัก ตามปริมาณผลผลิตปาล์มที่มีมากกว่าปีก่อน ซึ่งปีนี้สภาพอากาศและปริมาณฝนที่มีความเหมาะสมทำให้มีผลผลิตปาล์มสูงขึ้น
  • ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จากแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ IC และ semiconductor devices เป็นหลัก ซึ่งเป็นไปตามทิศทางความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ที่กำลังมีการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก

โรงกลั่นปิโตรเลียม อุปกรณ์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาง ยังเป็นแรงกดดัน

ขณะเดียวกัน ยังมีอุตสาหกรรมสำคัญที่ชะลอตัว ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม จากน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซินและน้ำมันเตา เป็นหลัก เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นของผู้ผลิตบางราย
  • การผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า จากการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้า เป็นหลัก ตามคำสั่งซื้อที่ลดลงและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับผู้ประกอบการลดการผลิตเพื่อควบคุมปริมาณสินค้าคงคลัง
  • ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ จากยางแท่ง ถุงมือยางทางการแพทย์ เป็นหลัก เนื่องจากผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทางภาคใต้ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ประกอบกับมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลง

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ขยายตัว 2.5% โดยขยายตัวเร่งขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งขยายตัว 1.2% แต่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2567) ขยายตัว 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2567) 

 

GDP ภาคอุตสาหกรรม ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ขยายตัว 0.3% ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาที่หดตัว 1.4% และขยายตัวแบบชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2567) 

 

ผลผลิตมวลรวมของภาคอุตสาหกรรมในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 การผลิตภาคเกษตรขยายตัว 0.3% การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัว 0.3% ภาคบริการขยายตัว 3.5% การใช้จ่ายอุปโภคและบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.3% การลงทุนรวมขยายตัว 8.1% การส่งออกสินค้าและบริการขยายตัว 5.6%

ดัชนีผลผลิตเกษตร ไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 94.64 ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา (94.50) ร้อยละ 0.16 และลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 (94.87) ร้อยละ 0.24

  • อุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา ได้แก่ การผลิตผลิตภัณฑ์ ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม การผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เป็นต้น
  • สำหรับอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 ได้แก่ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เป็นต้น


ดัชนีการส่งสินค้า​​ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ดัชนีการส่งสินค้าอยู่ที่ระดับ 97.20 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา (95.98) ร้อยละ 1.26 และลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 (98.01) ร้อยละ 0.83

  • อุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ดัชนีการส่งสินค้าลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา ได้แก่ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม การผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เป็นต้น
  • สำหรับอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ดัชนีการส่งสินค้าลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 ได้แก่ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม การผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เป็นต้น

ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง​ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลังอยู่ที่ระดับ 104.89 ลดลงจากไตรมาสที ่ผ ่านมา (104.98) ร้อยละ 0.1แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 (101.60) ร้อยละ 3.2 อุตสาหกรรมที่ส่งผล

  • อุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลังลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา ได้แก่ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม การผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เป็นต้น
  • สำหรับอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลังเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 ได้แก่ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม การผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เป็นต้น

อัตราใช้กำลังการผลิตลดเหลือ 57.29%

ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับร้อยละ 57.29 ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา (ร้อยละ 57.67) และลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 (ร้อยละ 58.37)

  • อุตสาหกรรมที่ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา ได้แก่ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม การผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เป็นต้น
  • สำหรับอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 ได้แก่ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เป็นต้น

ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมฟื้นตัว รับแรงหนุนมาตรการรัฐ

ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมมีค่า 88.20 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา (86.93) แต่ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 (90.2) ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ล่วงหน้า 3 เดือน อยู่ที่ระดับ 94.70 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 (96.87) 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับตัวลดลงของความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 มีผลมาจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส เที่ยวดีมีคืน และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 จากระดับร้อยละ 1.50 สู่ระดับร้อยละ 1.25 ซึ่งช่วยบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการ นอกจากนี้คณะกรรมการบริหารกองทุนเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันดีเซลลง 20 สตางค์ต่อ 1 ลิตร มีผลเมื่อ 24 ธันวาคม 2568 เพื่อช่วยบรรเทาต้นทุนธุรกิจและค่าครองชีพ

 


EV และ AI Supply Chain ยังเติบโตแข็งแกร่ง

อุตสาหกรรมที่ขยายตัวโดดเด่นในไตรมาส 4/2568 ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเร่งผลิตก่อนสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 ขณะที่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์เติบโตตามความต้องการ IC และ Semiconductor ในตลาดโลก โดยเฉพาะการขยายตัวของเทคโนโลยี AI ที่ช่วยเพิ่มความต้องการชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง

#MPI #สศอ #ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม #เศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย #อุตสาหกรรมไทย #EV #ยานยนต์ไฟฟ้า #Semiconductor #ElectronicsIndustry #AISupplyChain #ManufacturingThailand #IndustryNews #MReportTH

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH