ส.อ.ท. เดินหน้า 4GO พลิกอุตสาหกรรมไทย รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

ส.อ.ท. เดินหน้า 4GO พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

อัปเดตล่าสุด 30 มี.ค. 2569
  • Share :
  • 1,102 Reads   

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงผลงานปี 2568 พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “4GO” ยกระดับอุตสาหกรรมไทยทั้งด้านดิจิทัล นวัตกรรม การขยายตลาดโลก และความยั่งยืน มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและแข่งขันได้ในระยะยาว

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และโครงสร้างเศรษฐกิจโลก โดย ส.อ.ท. ในฐานะองค์กรหลักที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ยังคงมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้แข็งแกร่งและแข่งขันได้ในระยะยาว

30 มีนาคม 2569 — นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยในงานประชุมสามัญประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “GO as ONE : Lead Thailand Forward” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า ในปี 2568 ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและไม่แน่นอน ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดย ส.อ.ท. ยังคงดำเนินบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “Strengthen Thai Industries for Stronger Thailand”

ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยอย่างเป็นระบบ

ส.อ.ท. เดินหน้าบูรณาการทำงานร่วมกันด้วยทิศทางที่ชัดเจนสู่เป้าหมายที่มั่นคง พร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบาย “ONE FTI” ผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. Industry Collaboration ผนึกกำลังอุตสาหกรรมไทยให้เข้มแข็ง 2. First 2 Next-Gen Industry ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคต 3. Smart SMEs ยกระดับ SMEs สู่สากล ด้วยกลยุทธ์ 4GO 4. Smart Service Platform พัฒนาการบริการเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย และ 5. Sustainability, Achieve ESG ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน

ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว

กลยุทธ์ “4GO” เร่งปรับตัวสู่ Industry ใหม่

ส.อ.ท. ตระหนักดีว่าผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Digital Disruption) สงครามการค้า ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ตลอดจนวิกฤตพลังงานและปัญหาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ส.อ.ท. จึงมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการผ่านกลยุทธ์  “4GO” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไทย ดังนี้ 

  1. GO Digital & AI ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน พร้อมเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ
  2. GO Innovation สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงงานวิจัยและโครงการด้านนวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สร้างความแตกต่าง และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาด
  3. GO Global ผลักดันผู้ประกอบการไทยให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกและเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก 
  4. GO Green เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG โดยส่งเสริมการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อการลงทุนในเทคโนโลยี นวัตกรรม เครื่องจักรและกระบวนการผลิต ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล

โครงการสำคัญ หนุนศักยภาพอุตสาหกรรมไทย

​จากการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ ส.อ.ท. ภายใต้กลยุทธ์ 4GO ได้ก่อให้เกิดโครงการและกิจกรรมสำคัญหลากหลายมิติ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและสมาชิก ส.อ.ท. พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ การจัดงาน FTI Expo 2025 ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry, Elevating Thailand’s Future” ซึ่งเป็นเวทีแสดงศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในทุกมิติ ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืน ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการชั้นนำ การเจรจาธุรกิจ (Business Matching) รวมถึงกิจกรรมสัมมนาเชิงวิชาการที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้เข้าร่วมงาน โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 60,000 คน และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 2,529 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานระดับนานาชาติ Foreign Industrial Club (FIC) 2025 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองเชิงนโยบาย และประสบการณ์ทางธุรกิจระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนไทย และนักลงทุนจากต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ การขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรในระดับภูมิภาคและระดับโลก งานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อศักยภาพของเศรษฐกิจไทย และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สะท้อนบทบาท ส.อ.ท. กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ส.อ.ท. ยังได้ดำเนินบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและยกระดับสินค้าไทยผ่าน โครงการ Made in Thailand (MiT) อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นการใช้สินค้าไทย สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในประเทศ และเสริมความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ จากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้โครงการ Made in Thailand (MiT) สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 110,448 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างการจ้างงาน ลดการพึ่งพาการนำเข้า และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

อีกหนึ่งความก้าวหน้าที่สำคัญ คือ การจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense Industry Club) ซึ่งนับเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมลำดับที่ 48 ภายใต้ ส.อ.ท. โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่อุตสาหกรรมด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลก

กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน หน่วยงานด้านความมั่นคง และพันธมิตรจากต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างด้านการป้องกันประเทศ และขยายตลาดไปสู่ระดับสากล

พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. ยังได้เดินหน้าขยายผลและต่อยอดโครงการสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ อาทิ โครงการอินโนเวชั่นวัน (Innovation ONE) ซึ่งมุ่งเน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรม ผ่านกลไกกองทุนและความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

นอกจากนี้ ยังมี โครงการอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Industry: SAI) ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและยกระดับรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการ

ในระดับพื้นที่ ส.อ.ท. ได้ผลักดัน โครงการ 1 อุตสาหกรรม 1 จังหวัด ผ่านแพลตฟอร์ม Provincial E-Catalog ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ และสนับสนุนการขยายตลาดในเชิงรุก

ขณะเดียวกัน ยังได้พัฒนา FTI e-Member Card เพื่อยกระดับประสบการณ์ของสมาชิก โดยมอบสิทธิประโยชน์ในด้านต่าง ๆ รวมกว่า 130 รายการ ครอบคลุมทั้งด้านการท่องเที่ยว สุขภาพ การบริการ และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณค่าให้กับการเป็นสมาชิกอย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ ส.อ.ท. คือการเป็นตัวแทนภาคอุตสาหกรรมในการสะท้อนมุมมอง ปัญหา และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อภาครัฐ โดยมีการรวบรวมความคิดเห็นจากผู้ประกอบการในหลากหลายสาขา เพื่อนำไปสู่การหารือและกำหนดแนวทางร่วมกันในประเด็นด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. ยังติดตามผลกระทบจากนโยบายต่าง ๆ และเสนอแนวทางปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยเติบโต

นอกจากนี้ ในนามของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ยังได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันของภาคเอกชนในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมุ่งยกระดับหลักธรรมาภิบาลให้เป็นมาตรฐานสำคัญของภาคธุรกิจไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรม

“ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผมขอขอบคุณคณะผู้บริหาร กรรมการ สมาชิกและพนักงานทุกท่าน ที่ร่วมกันสนับสนุนการดำเนินงานของ ส.อ.ท. อย่างเต็มกำลัง เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง และสร้างความเชื่อมั่นจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม

ส.อ.ท. จะยังคงมุ่งมั่นสานต่อนโยบายและภารกิจในการสนับสนุนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทยและสมาชิก ส.อ.ท. อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสู่มาตรฐานสากล พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายในอนาคต และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป” นายเกรียงไกร กล่าว

การจัดประชุมสามัญประจำปีในครั้งนี้ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้สมาชิก ส.อ.ท. และสื่อมวลชนได้รับฟังผลการดำเนินงานในรอบปี 2568 แต่ยังสะท้อนบทบาทของ ส.อ.ท. ในการเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของภาคอุตสาหกรรมไทย ในการผนึกความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและนำพาอุตสาหกรรมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

#สอท #สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย #FTI #4GO #อุตสาหกรรมไทย #เศรษฐกิจไทย #SMEไทย #Industry40 #DigitalTransformation #AI #Innovation #GoGlobal #GoGreen #ESG #Sustainability #SmartSMEs #Manufacturing #FutureIndustryt #MReportTH #IndustryNews

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH