ส.อ.ท. ชู 3 แนวทางยานยนต์ไทย รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่

ส.อ.ท. ชู 3 แนวทางยานยนต์ไทย “รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่” ดัน SMEs สู่ Supply Chain แห่งอนาคต

อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2569
  • Share :
  • 3,948 Reads   

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอ 3 แนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่ โดยเน้นรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตเดิม ควบคู่การยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs ให้เข้าสู่ Supply Chain ยานยนต์แห่งอนาคต ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี Automation ดิจิทัล การวิจัยและพัฒนา และการพัฒนาทักษะแรงงาน พร้อมสร้างสมดุลด้านนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุนและเพิ่มมูลค่าในประเทศ

ส.อ.ท. ชี้โจทย์ยานยนต์ไทย ต้องบริหารการเปลี่ยนผ่านอย่างสมดุล

9 กันยายน 2569 — นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของประเทศ ซึ่งใช้เวลาสะสมองค์ความรู้และพัฒนาระบบนิเวศมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน SMEs บุคลากร และเครือข่าย Supply Chain ทั้งในและต่างประเทศ

ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เทคโนโลยีใหม่ จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตเดิม และการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่มีอยู่ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

“โจทย์สำคัญของประเทศไทยไม่ใช่การเลือกระหว่างเทคโนโลยีเดิมกับเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านให้เกิดความสมดุล” โดยนำฐานอุตสาหกรรมที่มีอยู่มาต่อยอดกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ใหม่ได้มากที่สุด

3 แนวทางขับเคลื่อนยานยนต์ไทย

ส.อ.ท. เสนอแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะต่อไป 3 ประเด็นสำคัญ

1. รักษาฐานการผลิตเดิม พร้อมบริหารการเปลี่ยนผ่านอย่างสมดุล

ประเทศไทยควรรักษาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์เดิม โดยเฉพาะการผลิตรถกระบะ ซึ่งมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ หรือ Local Content สูงถึง 80-90% และมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ การจ้างงาน และ Supply Chain ภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน ต้องส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม โดยไม่ทำให้ฐานการผลิตเดิมสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

2. เร่งยกระดับ SMEs สู่ Supply Chain ยานยนต์แห่งอนาคต

ส.อ.ท. เสนอให้สนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และตลาด พร้อมส่งเสริมการลงทุนด้านเครื่องจักร ระบบ Automation และดิจิทัล รวมถึงการวิจัยและพัฒนา การยกระดับมาตรฐาน และการพัฒนาทักษะแรงงานผ่าน Upskill และ Reskill

นอกจากนี้ ควรสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่กับผู้ประกอบการไทย เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับ SMEs ให้สามารถเชื่อมเข้าสู่ Supply Chain ยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างเข้มแข็ง

⟶ อ่านเพิ่มเติม: BOI หนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย เพิ่ม Local Content

3. สร้างสมดุลนโยบาย ดึงดูดการลงทุนและเพิ่มมูลค่าในประเทศ

การกำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุนและโครงสร้างภาษีควรคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานอุตสาหกรรมเดิม

พร้อมกันนี้ การลงทุนใหม่ควรถูกเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทย ผ่านการสร้าง Supply Chain ภายในประเทศ การใช้ Local Content การสร้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย

ไทยมุ่งสู่ศูนย์กลางยานยนต์ภูมิภาค

นางพิมพ์ใจ กล่าวทิ้งท้ายว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีรากฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง และได้รับการยอมรับในระดับสากล ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมควรเป็นการใช้ประโยชน์จากฐานเดิม พร้อมเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่หลากหลาย ทั้ง BEV, Hybrid และเทคโนโลยียานยนต์รูปแบบใหม่

แนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างสมดุลระหว่างการรักษาฐานการผลิตเดิม การรองรับการลงทุนใหม่ และการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
 

#สอท #FTI #อุตสาหกรรมยานยนต์ #ยานยนต์ไทย #ยานยนต์แห่งอนาคต #ชิ้นส่วนยานยนต์ #SupplyChain #LocalContent #SMEs #BEV #Hybrid #MReportTH

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH