ยุโรปเตรียมออกกฎลดพึ่งจีนใน Supply Chain อุตสาหกรรม
สหภาพยุโรป (EU) กำลังเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ supply chain ครั้งใหญ่ หลังความกังวลต่อการพึ่งพาจีนในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงด้านการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก
18 พฤษภาคม 2569 — สื่อหลายแห่งรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณามาตรการใหม่เพื่อผลักดันให้บริษัทในยุโรปลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์จากจีนในอุตสาหกรรมสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่ม strategic supply chain เช่น พลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ วัตถุดิบสำคัญ และอุปกรณ์อุตสาหกรรม
รายงานจาก Financial Times ระบุว่า EU อาจกำหนดเงื่อนไขใหม่สำหรับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการจัดซื้อภาครัฐหรือรับการสนับสนุนด้านอุตสาหกรรม ให้มีการกระจายแหล่งจัดหาชิ้นส่วนและวัตถุดิบออกจากจีนมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงด้าน supply chain ในระยะยาว
มาตรการดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของยุโรปในการผลักดันนโยบาย “de-risking” ซึ่งมุ่งลดความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ตัดขาดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนโดยตรง
Supply Chain โลกกำลังเข้าสู่ยุค “De-risking”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของ global manufacturing supply chain ตั้งแต่:
- electronic components
- industrial machinery
- battery materials
- rare earth
- solar equipment
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในช่วงหลัง ทั้งสงครามการค้า การควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้หลายประเทศเริ่มมองว่า การพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดียวมากเกินไปอาจกลายเป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์
แนวคิด “de-risking” จึงเริ่มเข้ามาแทนที่ globalization แบบเดิม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ:
- semiconductor
- EV
- robotics
- energy infrastructure
- advanced manufacturing
→ Related Insight: จีนจำกัดส่งออกแรร์เอิร์ธ เสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น
ยุโรปเร่งกระจายแหล่งผลิตและวัตถุดิบ
ที่ผ่านมา EU เดินหน้าออกกฎหมายและนโยบายหลายด้านเพื่อเสริมความมั่นคงของ supply chain เช่น:
- Critical Raw Materials Act (CRMA)
- Net-Zero Industry Act
- European Chips Act
เป้าหมายสำคัญคือ:
- เพิ่มการผลิตในยุโรป
- กระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ
- ลดการพึ่งพาจีน
- สร้าง supply chain ภายในภูมิภาค
โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเทคโนโลยีในอนาคต
นักวิเคราะห์มองว่า แนวโน้มดังกล่าวอาจเร่งให้บริษัทอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องทบทวนกลยุทธ์ sourcing และ manufacturing footprint ใหม่ในระยะต่อไป
จาก EV ถึง Robotics: ความเสี่ยงใหม่ของภาคการผลิต
สำหรับภาคอุตสาหกรรม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า “วัตถุดิบ” กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการแข่งขันด้าน manufacturing ไม่ต่างจากเทคโนโลยีหรือกำลังการผลิต
โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม:
- EV
- Automation
- Robotics
- Renewable Energy
ที่มีการใช้ rare earth และ permanent magnet เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มนี้อาจนำไปสู่การลงทุนใหม่ใน supply chain, recycling และวัสดุทดแทนในหลายประเทศทั่วโลกในระยะต่อไป
