Teradyne Robotics เปิดตัว Physical AI สำหรับโรงงาน
Teradyne Robotics บริษัทแม่ของ Universal Robots (UR) และ Mobile Industrial Robots (MiR) เปิดตัวชุดโซลูชัน Production-Ready Physical AI ภายในงาน Automate 2026 ที่นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา โดยมุ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี Physical AI ได้ก้าวจากแนวคิดสู่การใช้งานจริงในโรงงาน ครอบคลุมตั้งแต่สายการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์ภายในโรงงาน
11 มิถุนายน 2569 - Jean-Pierre Hathout ประธาน Teradyne Robotics Group กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ผลิตไม่ต้องรอเทคโนโลยี AI ในอนาคตอีกต่อไป เพราะโซลูชันที่บริษัทนำมาจัดแสดงสามารถติดตั้งและใช้งานได้จริงในโรงงาน โดยช่วยให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม ตัดสินใจ และตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้แบบเรียลไทม์
จากหุ่นยนต์อัตโนมัติสู่ Physical AI
Teradyne Robotics อธิบายว่า Physical AI คือการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับหุ่นยนต์ เพื่อให้สามารถรับรู้ วิเคราะห์ และปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมจริงที่มีความซับซ้อน แตกต่างจากระบบอัตโนมัติแบบเดิมที่ต้องอาศัยตำแหน่งชิ้นงานและสภาพแวดล้อมที่แน่นอน
ภายในงาน บริษัทสาธิตการใช้งานหุ่นยนต์ในหลายรูปแบบ เช่น การหยิบจับชิ้นส่วนแบบ Bin Picking การป้อนชิ้นงานเข้าสู่เครื่องจักร การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการเคลื่อนย้ายวัสดุภายในโรงงาน ซึ่งสามารถปรับตัวให้เข้ากับความแปรปรวนของการผลิตได้ดียิ่งขึ้น
MiR1200 Pallet Jack พร้อมจำหน่ายเชิงพาณิชย์
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ MiR1200 Pallet Jack ซึ่ง Teradyne Robotics ระบุว่าเป็น ผลิตภัณฑ์ Physical AI เชิงพาณิชย์รุ่นแรกของบริษัท โดยสามารถเคลื่อนย้ายพาเลทภายในคลังสินค้าและโรงงานได้อย่างอัตโนมัติ พร้อมหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางและปรับเส้นทางการเดินรถตามสภาพแวดล้อมจริง ช่วยลดการใช้รถยกและเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ภายในโรงงาน
PolyScope X ยกระดับการพัฒนา Cobot
Universal Robots ยังนำเสนอ PolyScope X ซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มรุ่นใหม่สำหรับหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน (Collaborative Robot: Cobot) ที่รองรับการพัฒนาแอปพลิเคชันด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปิด พร้อมเพิ่มความสามารถในการควบคุมหลายอุปกรณ์ภายใน Work Cell เดียว และเชื่อมต่อกับระบบ PLC ได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาและติดตั้งระบบอัตโนมัติในโรงงาน
Physical AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการผลิต
Teradyne Robotics ระบุว่า ความต้องการของผู้ผลิตในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการใช้หุ่นยนต์ทำงานซ้ำ ๆ แต่ต้องการระบบที่สามารถปรับตัวต่อ การผลิตแบบ High-Mix, Low-Volume การขาดแคลนแรงงาน และการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการผลิตได้อย่างยืดหยุ่น
การเปิดตัวโซลูชันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Physical AI กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีหลักของโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) โดยช่วยให้หุ่นยนต์สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการผลิตมากกว่าระบบอัตโนมัติแบบเดิม
อ่านเพิ่มเติม: 5 เทรนด์หุ่นยนต์โลกปี 2569 เมื่อ AI ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ยุคอัตโนมัติขั้นสูง
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
