Air Liquide ลงทุน 200 ล้านยูโรในญี่ปุ่น หนุนผลิตชิป AI

Air Liquide ลงทุน $236 ล้านในญี่ปุ่น สร้างโรงงานก๊าซอุตสาหกรรม รองรับการผลิตชิป AI

อัปเดตล่าสุด 22 เม.ย. 2569
  • Share :
  • 1,770 Reads   

การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเร่งการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเฉพาะผู้ผลิตชิปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ก๊าซอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทในทุกขั้นตอนของการผลิต

16 เมษายน 2569  —  Air Liquide ประกาศแผนลงทุนราว 200 ล้านยูโร (ประมาณ 236 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตก๊าซอุตสาหกรรมแห่งใหม่จำนวน 2 แห่งในเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้สัญญาระยะยาวกับผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก (ไม่เปิดเผยชื่อ)

โรงงานดังกล่าวจะดำเนินการในรูปแบบ build–own–operate (BOO) โดย Air Liquide จะเป็นผู้ก่อสร้าง เป็นเจ้าของ และบริหารจัดการระบบทั้งหมด เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตชิปรุ่นใหม่ที่ใช้ในงานด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินการภายในช่วงปลายปี 2028

โครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการผลิตชิปขั้นสูง

โรงงานทั้งสองแห่งจะผลิตก๊าซอุตสาหกรรมความบริสุทธิ์สูง ได้แก่ ไนโตรเจน ออกซิเจน และอาร์กอน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

ก๊าซเหล่านี้ถูกใช้ในขั้นตอนสำคัญ เช่น การกัดลายวงจร (etching) และการสะสมฟิล์มบาง (deposition) โดยต้องมีความบริสุทธิ์ในระดับสูงมาก (ultra-high purity) เพื่อรักษาความสะอาดของกระบวนการผลิต และลดความเสี่ยงต่อความผิดพลาดของชิป

ในบริบทของชิป AI ที่มีความซับซ้อนและความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์สูงขึ้น ความเสถียรของกระบวนการผลิตจึงยิ่งมีความสำคัญ ทำให้โครงสร้างพื้นฐานอย่างก๊าซอุตสาหกรรมกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดคุณภาพของผลิตภัณฑ์

ญี่ปุ่นยังคงมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะในส่วนของวัสดุ อุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐานการผลิต

Air Liquide ดำเนินธุรกิจในญี่ปุ่นมากกว่า 40 ปี และมีโรงงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Electronics รวม 78 แห่ง รวมถึงศูนย์ Advanced Materials Center ในเมืองสึคุบะ และ Innovation Campus Tokyo ที่เปิดดำเนินการในปี 2019 เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและวัสดุสำหรับชิปรุ่นถัดไป

การลงทุนครั้งใหม่นี้จึงสะท้อนถึงการขยายบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะฐานการผลิตที่รองรับความต้องการของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก

AI และ Data Center หนุนการลงทุนตลอดทั้ง Supply Chain

ความต้องการชิปสำหรับ AI และ data center ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนในทุกส่วนของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิตเวเฟอร์ไปจนถึงวัสดุและก๊าซอุตสาหกรรม

การลงทุนของ Air Liquide ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังการผลิต แต่เป็นการเสริมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว

ในภาพรวม แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเทคโนโลยีการผลิตชิปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการสนับสนุนระบบการผลิตทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH