Infineon ชี้ยุโรปต้องเร่งสร้าง Fab อัตโนมัติ แข่งขันอุตสาหกรรมชิป

Infineon Technologies ชี้ยุโรปต้องสร้าง Fab อัตโนมัติขนาดใหญ่

อัปเดตล่าสุด 8 เม.ย. 2569
  • Share :
  • 1,239 Reads   

Infineon Technologies ระบุว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของยุโรปจำเป็นต้องเร่งลงทุนในโรงงานผลิตชิป (fab) ขนาดใหญ่และใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางแรงกดดันจากผู้ผลิตในจีน

17 มีนาคม 2569 — รอยเตอร์รายงานว่า Thomas Altenmueller รองประธานฝ่าย Manufacturing Analytics ของบริษัท กล่าวในงานประชุมอุตสาหกรรมที่ประเทศโปแลนด์ว่า ผู้ผลิตจากจีนกำลังเพิ่มทั้งกำลังการผลิตและความเชี่ยวชาญในกลุ่มชิป power และ analog ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของยุโรป

จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยี ท้าทายจุดแข็งของยุโรป

Infineon ชี้ว่า การเติบโตของผู้ผลิตจีนส่วนหนึ่งมาจากข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่อง EUV lithography ทำให้จีนหันมาเน้นการพัฒนาในกลุ่ม power และ analog chip มากขึ้น

แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้ผู้เล่นจากจีนเริ่มแข่งขันโดยตรงกับผู้ผลิตในยุโรปในตลาดที่เคยเป็นฐานหลัก

ยุโรปต้อง “Scale + Automate” เพื่อลดต้นทุน

Altenmueller ระบุว่า ยุโรปจำเป็นต้อง

  • เพิ่มขนาดโรงงาน (scale up)
  • รวมศูนย์การผลิต (consolidate)
  • และเพิ่มระดับ automation

โดยเฉพาะในโรงงานขนาด 300 มม. เพื่อสร้าง economy of scale และลดผลกระทบจากต้นทุนแรงงานที่สูง

ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรายอื่น เช่น STMicroelectronics ก็เริ่มเดินหน้าปรับปรุงโรงงานเดิมด้วยการใช้หุ่นยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตใน fab ที่ไม่สามารถปรับเป็นโรงงานใหม่ได้ทั้งหมด

ยุโรปเสียเปรียบใน AI แต่ยังมีโอกาสใน power semiconductor

แม้ว่ายุโรปจะยังมีส่วนแบ่งตลาดจำกัดในกลุ่ม AI accelerator ซึ่งถูกครองโดยบริษัทอย่าง NVIDIA, Samsung Electronics และ TSMC แต่ Infineon มองว่า

ชิปประเภท power และระบบจ่ายพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงจะมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะจากความต้องการของ data center ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

EU Chips Act และบทบาทของโรงงานเดิม

สหภาพยุโรปตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการผลิตชิปของโลกจาก 10% เป็น 20% ภายในปี 2030 ผ่าน นโยบาย Chips Act

อย่างไรก็ตาม Infineon ระบุว่า นอกจากการลงทุนในโรงงานใหม่แล้ว โรงงานที่มีอยู่เดิมและยังทำกำไรได้ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของยุโรป

ปัจจุบัน EU อยู่ระหว่างการพิจารณานโยบาย Chips Act 2.0 เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH