Toyota กำไร Q1 ลด 8.8% แต่ฐานรายได้ยังแกร่ง
Toyota Motor รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาสเมษายน–มิถุนายน 2026 อยู่ที่ 1.0634 ล้านล้านเยน ลดลง 8.8% จากปีก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ตลาดจีนที่ชะลอตัว และผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยอดขาย Hybrid Vehicle (HEV) ที่แข็งแกร่งยังช่วยพยุงผลประกอบการ พร้อมเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาแบตเตอรี่ HEV รุ่นใหม่เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน
Hybrid หนุนผลประกอบการ แม้เผชิญแรงกดดันรอบด้าน
ญี่ปุ่น 4 สิงหาคม 2569 — Toyota Motor รายงานผลประกอบการรวมสำหรับไตรมาสเมษายน–มิถุนายน 2026 โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.0634 ล้านล้านเยน ลดลง 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรวมอยู่ที่ 13.5254 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนและทำสถิติสูงสุดใหม่
ผลประกอบการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง การชะลอตัวของตลาดจีน และผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม Toyota ยังคงสามารถสร้างกำไรจากการดำเนินงานได้มากกว่า 1 ล้านล้านเยนในไตรมาสเดียว โดยมี ยอดขายรถ Hybrid (HEV) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการ
⟶ อ่านเพิ่มเติม: โตโยต้าคาดยอดขายปี 2026 ทะลุ 50 ล้านล้านเยน
Toyota ระบุว่ายอดขาย HEV มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค ทั้งญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และจีน ขณะที่บริษัทเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตและยกระดับสมรรถนะของรถ Hybrid เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป

เปลี่ยนกำลังผลิตแบตเตอรี่สู่รุ่นใหม่ในปี 2027–2028
หนึ่งในแนวทางสำคัญของ Toyota คือการเพิ่มขีดความสามารถของ แบตเตอรี่สำหรับรถ Hybrid ทั้งด้านประสิทธิภาพและต้นทุน
บริษัทมีแผนปรับสายการผลิตแบตเตอรี่ที่ปัจจุบันรองรับกำลังการผลิตสำหรับรถ Hybrid ประมาณ 600,000 คัน ให้สามารถผลิตแบตเตอรี่รุ่นใหม่ในช่วงปี 2027–2028
ตามข้อมูลจาก Toyota การเปลี่ยนสายการผลิตดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของแบตเตอรี่ HEV รุ่นใหม่
ในส่วนของโครงสร้างแบตเตอรี่ ต้นฉบับ Nikkan Kogyo Shimbun ระบุว่า Toyota มีแผนเปลี่ยนจากแบตเตอรี่ Nickel-Metal Hydride (NiMH) ที่ใช้อยู่ไปสู่ Lithium-ion Battery (LiB) สำหรับการผลิตในสายดังกล่าว
ใช้ Supply Chain และการผลิตในภูมิภาครับตลาด HEV
Toyota ยังเดินหน้าเสริมกำลังการผลิตแบตเตอรี่ผ่านการจัดหาจากพันธมิตร โดยต้นฉบับระบุว่า CATL จะจัดหาแบตเตอรี่สำหรับรถ Hybrid จำนวนประมาณ 200,000 คัน ให้ Toyota ในอินโดนีเซีย ขณะที่สายการผลิตของ Toyota Battery จะทยอยปรับไปสู่การผลิตแบตเตอรี่รุ่นใหม่
การเสริมความสามารถด้านแบตเตอรี่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของรถ Hybrid ขณะที่ Toyota ยังคงรักษายอดขาย HEV ที่แข็งแกร่งในหลายตลาด
⟶ อ่านเพิ่มเติม: EV ชะลอ–Hybrid ยังแกร่ง
ลดผลกระทบจากตะวันออกกลางและภาษีสหรัฐฯ
Toyota ยังเดินหน้าลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางและภาษีสหรัฐฯ
บริษัทปรับลดประมาณการผลกระทบต่อกำไรจากสถานการณ์ตะวันออกกลางจากเดิม 670,000 ล้านเยน เหลือประมาณ 510,000 ล้านเยน ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนเส้นทางโลจิสติกส์
สำหรับผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ Toyota ยังทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อลดผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยปรับประมาณการผลกระทบต่อกำไรทั้งปีจากเดิม 1.38 ล้านล้านเยน เหลือ 1.31 ล้านล้านเยน
จีนชะลอตัว เร่ง Localization
ตลาดจีนยังคงเป็นความท้าทายสำหรับ Toyota เนื่องจากการเติบโตของตลาดโดยรวมชะลอตัวลง ทำให้มาตรการระยะสั้นมีข้อจำกัดในการช่วยชดเชยผลกระทบ
Toyota จึงมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดท้องถิ่นมากขึ้น โดยเตรียมร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ตลาดจีนโดยเฉพาะ
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับโครงสร้างธุรกิจของ Toyota เพื่อสร้างฐานรายได้ที่สามารถรองรับความผันผวนของตลาดในแต่ละภูมิภาค
Toyota เดินหน้าสร้างฐานกำไรเพื่อการเติบโตระยะยาว
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดจีน และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ Toyota ยังคงมองเห็นโอกาสจากความต้องการรถ Hybrid ที่แข็งแกร่ง
การเพิ่มกำลังการผลิต HEV ควบคู่กับการพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่ จึงกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับทั้ง Performance และ Cost Competitiveness
Toyota ยังได้ปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการสำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 ทั้งด้านยอดขายและกำไร โดยมุ่งสร้างโครงสร้างธุรกิจที่สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาด
ที่มา: Nikkan Kogyo Shimbun
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
