Toyota กำไร Q1 ลด 8.8% แต่ Hybrid หนุนฐานรายได้แกร่ง

Toyota กำไร Q1 ลด 8.8% แต่ฐานรายได้ยังแกร่ง

อัปเดตล่าสุด 1 ก.ย. 2569
  • Share :
  • 2,204 Reads   

Toyota Motor รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาสเมษายน–มิถุนายน 2026 อยู่ที่ 1.0634 ล้านล้านเยน ลดลง 8.8% จากปีก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ตลาดจีนที่ชะลอตัว และผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยอดขาย Hybrid Vehicle (HEV) ที่แข็งแกร่งยังช่วยพยุงผลประกอบการ พร้อมเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาแบตเตอรี่ HEV รุ่นใหม่เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน 

Hybrid หนุนผลประกอบการ แม้เผชิญแรงกดดันรอบด้าน 

ญี่ปุ่น 4 สิงหาคม 2569 — Toyota Motor รายงานผลประกอบการรวมสำหรับไตรมาสเมษายน–มิถุนายน 2026 โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.0634 ล้านล้านเยน ลดลง 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรวมอยู่ที่ 13.5254 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนและทำสถิติสูงสุดใหม่

ผลประกอบการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง การชะลอตัวของตลาดจีน และผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม Toyota ยังคงสามารถสร้างกำไรจากการดำเนินงานได้มากกว่า 1 ล้านล้านเยนในไตรมาสเดียว โดยมี ยอดขายรถ Hybrid (HEV) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการ

⟶ อ่านเพิ่มเติม: โตโยต้าคาดยอดขายปี 2026 ทะลุ 50 ล้านล้านเยน

Toyota ระบุว่ายอดขาย HEV มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค ทั้งญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และจีน ขณะที่บริษัทเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตและยกระดับสมรรถนะของรถ Hybrid เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป

เปลี่ยนกำลังผลิตแบตเตอรี่สู่รุ่นใหม่ในปี 2027–2028

หนึ่งในแนวทางสำคัญของ Toyota คือการเพิ่มขีดความสามารถของ แบตเตอรี่สำหรับรถ Hybrid ทั้งด้านประสิทธิภาพและต้นทุน

บริษัทมีแผนปรับสายการผลิตแบตเตอรี่ที่ปัจจุบันรองรับกำลังการผลิตสำหรับรถ Hybrid ประมาณ 600,000 คัน ให้สามารถผลิตแบตเตอรี่รุ่นใหม่ในช่วงปี 2027–2028

ตามข้อมูลจาก Toyota การเปลี่ยนสายการผลิตดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของแบตเตอรี่ HEV รุ่นใหม่

ในส่วนของโครงสร้างแบตเตอรี่ ต้นฉบับ Nikkan Kogyo Shimbun ระบุว่า Toyota มีแผนเปลี่ยนจากแบตเตอรี่ Nickel-Metal Hydride (NiMH) ที่ใช้อยู่ไปสู่ Lithium-ion Battery (LiB) สำหรับการผลิตในสายดังกล่าว

ใช้ Supply Chain และการผลิตในภูมิภาครับตลาด HEV

Toyota ยังเดินหน้าเสริมกำลังการผลิตแบตเตอรี่ผ่านการจัดหาจากพันธมิตร โดยต้นฉบับระบุว่า CATL จะจัดหาแบตเตอรี่สำหรับรถ Hybrid จำนวนประมาณ 200,000 คัน ให้ Toyota ในอินโดนีเซีย ขณะที่สายการผลิตของ Toyota Battery จะทยอยปรับไปสู่การผลิตแบตเตอรี่รุ่นใหม่

การเสริมความสามารถด้านแบตเตอรี่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของรถ Hybrid ขณะที่ Toyota ยังคงรักษายอดขาย HEV ที่แข็งแกร่งในหลายตลาด

⟶ อ่านเพิ่มเติม: EV ชะลอ–Hybrid ยังแกร่ง 

ลดผลกระทบจากตะวันออกกลางและภาษีสหรัฐฯ

Toyota ยังเดินหน้าลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางและภาษีสหรัฐฯ

บริษัทปรับลดประมาณการผลกระทบต่อกำไรจากสถานการณ์ตะวันออกกลางจากเดิม 670,000 ล้านเยน เหลือประมาณ 510,000 ล้านเยน ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนเส้นทางโลจิสติกส์

สำหรับผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ Toyota ยังทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อลดผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยปรับประมาณการผลกระทบต่อกำไรทั้งปีจากเดิม 1.38 ล้านล้านเยน เหลือ 1.31 ล้านล้านเยน

จีนชะลอตัว เร่ง Localization

ตลาดจีนยังคงเป็นความท้าทายสำหรับ Toyota เนื่องจากการเติบโตของตลาดโดยรวมชะลอตัวลง ทำให้มาตรการระยะสั้นมีข้อจำกัดในการช่วยชดเชยผลกระทบ

Toyota จึงมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดท้องถิ่นมากขึ้น โดยเตรียมร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ตลาดจีนโดยเฉพาะ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับโครงสร้างธุรกิจของ Toyota เพื่อสร้างฐานรายได้ที่สามารถรองรับความผันผวนของตลาดในแต่ละภูมิภาค

Toyota เดินหน้าสร้างฐานกำไรเพื่อการเติบโตระยะยาว

แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดจีน และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ Toyota ยังคงมองเห็นโอกาสจากความต้องการรถ Hybrid ที่แข็งแกร่ง

การเพิ่มกำลังการผลิต HEV ควบคู่กับการพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่ จึงกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับทั้ง Performance และ Cost Competitiveness

Toyota ยังได้ปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการสำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 ทั้งด้านยอดขายและกำไร โดยมุ่งสร้างโครงสร้างธุรกิจที่สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาด

 

ที่มา: Nikkan Kogyo Shimbun

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH