กนอ. จับมือ สอศ. ปั้น Smart Labor ผ่าน IEAT Academy ป้อนแรงงานนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผนึกกำลัง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าพัฒนา แรงงานอาชีวะคุณภาพสูง (Smart Labor) รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ และลดปัญหา Skill Mismatch อย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือครั้งนี้ชูบทบาท IEAT Academy เป็นศูนย์กลางพัฒนาทักษะ ทั้ง Reskill, Upskill และ Deep Skill ควบคู่การเรียนรู้แบบทวิภาคี เพื่อสร้างกำลังคนที่ “พร้อมใช้งานจริง” ในภาคการผลิต และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
กรุงเทพฯ (27 มีนาคม 2569) – การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถานศึกษา และสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผย “กนอ. ได้ดำเนินการจัดตั้ง IEAT Academy หรือสถาบันวิทยาการอุตสาหกรรม กนอ. ขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ โดยเรามุ่งเน้นการสร้างทักษะใหม่ (Reskill) การยกระดับทักษะเดิม (Upskill) และการพัฒนาทักษะเชิงลึก (Deep Skill) เพื่อรองรับระบบนิเวศอุตสาหกรรมใหม่ (New Industrial Ecosystem) ที่เน้นนวัตกรรมและความยั่งยืน โดยในความร่วมมือครั้งนี้ กนอ. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อหลอมรวมวิสัยทัศน์และทรัพยากรเข้าด้วยกัน”
ด้าน นายยศพล เวโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบันโลกการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความรู้ในตำราเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไปซึ่ง "กำลังคนที่มีคุณภาพ" ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงมีนโยบายยกระดับกำลังคนด้วยการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่กำหนดสมรรถนะของผู้สำเร็จการศึกษาให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการฝึกฝนทักษะจากเครื่องจักรและเทคโนโลยีจริงในสถานประกอบการ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านการผลิตและด้านการบริการของประเทศ และทำให้นายจ้างได้คัดเลือกกำลังคนที่มีคุณภาพล่วงหน้า ลดต้นทุนการสรรหา และได้บุคลากรที่พร้อมใช้งานทันทีเมื่อจบการศึกษา โดยเล็งเห็นความสำคัญของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งจะสามารถสร้างและส่งเสริมให้มีภาคีเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาคุณภาพสูงอย่างเข้มแข็ง ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจุดเริ่มต้นแต่จะเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของการพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาไทยและเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างมั่นคง และยั่งยืน จะเป็นการยกระดับผลิตและพัฒนากำลังคนในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านการผลิตและด้านการบริการของประเทศ ยกระดับอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะสูง มีคุณภาพ มุ่งสู่มาตรฐานสากล โดยยึดเป้าหมายในการผลิตกำลังคนให้ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง เชื่อมโยงให้ นักเรียน นักศึกษา ได้รับการพัฒนาภายใต้สิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ ที่เท่าทันเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองมาตรฐาน อันจะเป็นใบนำทางที่จะประกอบอาชีพทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่ได้ดำเนินการร่วมกันต่อยอดไปสู่ความสำเร็จของผู้เรียน จบแล้วมีงานทำทันที มีรายได้สูง
การลงนาม MOU ในครั้งนี้ มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และมีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ โดย กนอ. และ สอศ. จะร่วมกันสนับสนุนทรัพยากร ทั้งในด้านบุคลากร สถานที่ และเครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยบันทึกความเข้าใจ (MOU) ดังกล่าว มีกำหนดระยะเวลาความร่วมมือรวม 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป โดยสาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ ทั้งสองหน่วยงานมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private-Partnership: PPP) เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกำลังคนอาชีวศึกษาให้เป็นสมรรถนะสูง (High-Performance Workforce) สอดรับกับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต
ทั้งนี้ กนอ.มุ่งเน้นขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ผ่าน 4 มิติหลัก ประกอบด้วย 1.การเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรม (Industrial Connectivity) ทำหน้าที่เป็นแกนกลางประสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ กับสถาบันการศึกษาสังกัด สอศ. เพื่อลดช่องว่างทางทักษะแรงงาน (Skill Mismatch) และสร้างความมั่นใจแก่ภาคการลงทุน 2.การบริหารจัดการองค์ความรู้ผ่าน IEAT Academy เป็นกลไกส่งเสริมในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมแบบเข้มข้น ทั้งการสร้างทักษะใหม่ (Reskill) ยกระดับทักษะเดิม (Upskill) และพัฒนาทักษะเฉพาะทางเชิงลึก (Deep Skill) 3.การสร้างนิเวศการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Practical Learning Ecosystem) โดยการสนับสนุนการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติงานจริงในสภาพแวดล้อมการผลิตที่ทันสมัยภายในนิคมอุตสาหกรรม และ 4.การส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technological Support) ถ่ายทอดข้อมูลด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่ สอศ. เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนและการพัฒนาบุคลากรครูให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอุตสาหกรรม
ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มุ่งเน้นการดำเนินงานในด้านการผลิตกำลังคนคุณภาพ (Quality Manpower Production) โดยการคัดเลือกและจัดส่งนักเรียน นักศึกษา รวมถึงบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมและปฏิบัติงานในสถานประกอบการตามเกณฑ์มาตรฐานสมรรถนะวิชาชีพ การสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษา ด้วยการจัดเตรียมบุคลากร สถานที่ และเครื่องมืออุปกรณ์ในสถาบันการศึกษาเพื่อรองรับการดำเนินกิจกรรมภายใต้บันทึกความเข้าใจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และการยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน การนำองค์ความรู้เชิงเทคนิคจากภาคอุตสาหกรรมมาต่อยอดเพื่อผลิต “สมาร์ทเลเบอร์” (Smart Labor) ที่มีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในระดับสากล
สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากการผนึกความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงาน ในเชิงเศรษฐกิจ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ของภาคอุตสาหกรรมไทย และเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน (Investment Climate) จากทั้งในและต่างประเทศ เชิงสังคม สร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบการศึกษาทางวิชาชีพ ส่งเสริมการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิตของนักศึกษาอาชีวะผ่านรายได้ที่สอดคล้องกับสมรรถนะจริง และเชิงยุทธศาสตร์ เป็นการวางรากฐานการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมใหม่ (New Industrial Ecosystem) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Industry 4.0 อย่างยั่งยืน
#IEATAcademy #SmartLabor #อาชีวะไทย #Upskill #Reskill #SkillMismatch #IndustrialWorkforce #Industry40 #นิคมอุตสาหกรรม #MReportTH #IndustryNews
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยตั้งเป้าผลิตยานยนต์ปี 2569
- 18 ค่ายเครื่องจักรกลคาดปี 2569
- เปิด 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2569
- วิธีวิเคราะห์และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน
- CMM คืออะไร? Ultimate Guide สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (2569)
- ถอดรหัสอนาคตการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV
- “ยานยนต์ไร้คนขับ” กับทิศทางการเติบโตในปี 2022-2045
- ยอดขายรถยนต์ 2568
- สถิติส่งออกกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนไทยปี 2568
- ยอดจดทะเบียนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า 2568
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
