NIA ดันรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ 2569 เปิดสาขาสิ่งแวดล้อม เชื่อมทุน-ตลาด-เวทีโลก

เอ็นไอเอ ดัน “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” สู่กลไกเร่งเศรษฐกิจ เปิดสาขา “สิ่งแวดล้อม” รับเทรนด์โลกสีเขียว

อัปเดตล่าสุด 23 เม.ย. 2569
  • Share :
  • 1,311 Reads   

เอ็นไอเอ ยกระดับ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” สู่กลไกเร่งเศรษฐกิจไทย เชื่อมผู้ประกอบการสู่ทุน–ตลาด–เครือข่ายสากล พร้อมเปิดสาขาใหม่ “สิ่งแวดล้อม” รับเมกะเทรนด์โลกสีเขียว เปิดรับสมัครถึง 30 เมษายน 2569

กรุงเทพฯ 22 เมษายน 2569 – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้ายกระดับ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ผ่านการเชื่อมโยงนวัตกรรมเข้าสู่แหล่งทุน โอกาสทางการตลาด และเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเปิดตัวสาขาใหม่ “นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม” รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

22 ปี “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 1.34 แสนล้านบาท

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 22 ปี มีผลงานส่งเข้าประกวดรวมกว่า 6,715 ผลงาน และมีผู้ได้รับรางวัล 375 ผลงาน สร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมกว่า 134,347 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 6,717 ล้านบาท

และมีจำนวนของผู้สมัครเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 10-15 ต่อปี โดยกลุ่มที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือ กลุ่มนวัตกรรมด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของระบบนิเวศนวัตกรรมไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในมิติของจำนวนผู้พัฒนาเทคโนโลยี คุณภาพผลงาน และความสามารถในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ตลอดจนการตื่นตัวของภาคธุรกิจและสังคมที่หันมาใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่าเพิ่ม

“พัฒนาการดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความก้าวหน้าของวงการนวัตกรรมไทย แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ในปี 2569 NIA เดินหน้ายกระดับรางวัลให้เป็นกลไกเร่งการเติบโต (Accelerator) ของธุรกิจนวัตกรรม เพื่อช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่แหล่งทุน โอกาสทางการตลาด และเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ผลักดันให้นวัตกรรมไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องและแข่งขันได้ในระดับสากล”

เปิดสาขา “สิ่งแวดล้อม” รับเศรษฐกิจโลกมูลค่า 7 ล้านล้านดอลลาร์

ไฮไลท์สำคัญในปี 2569 คือการเปิดสาขา “นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม” เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลกสู่ความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันทางการค้าไม่ได้แข่งกันแค่เพียงราคาหรือคุณภาพ แต่รวมถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลต่อผู้ส่งออกไทยโดยตรง “นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม” จึงไม่ได้เป็นเพียงการตอบโจทย์ด้านกฎระเบียบ แต่คือโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก 

ข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่า เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตได้ถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยเฉพาะธุรกิจเทคโนโลยีสีเขียวและความยั่งยืนที่มีมูลค่าประมาณ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 23 ต่อปี

ขณะที่ประเทศไทยได้กำหนดให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG Economy) เป็นวาระแห่งชาติ โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่า GDP ในกลุ่มเศรษฐกิจ BCG ไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท ยกระดับสัดส่วนสินค้าและบริการมูลค่าสูงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และเพิ่มรายได้ของเศรษฐกิจฐานรากไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 

มากกว่ารางวัล: เชื่อมทุน–ตลาด–เครือข่ายโลก

รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ 2569 เปิดรับผลงานใน 5 ด้าน ได้แก่

  • ด้านเศรษฐกิจ เป็นผลงานนวัตกรรมที่มุ่งสร้างคุณค่า เชิงพาณิชย์และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ
  • ด้านสังคม เป็นผลงานนวัตกรรมที่เน้นการสร้างคุณค่าเชิงสังคมและเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตคนในสังคม
  • ด้านสิ่งแวดล้อม (สาขาใหม่) เป็นผลงานนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดการบริหารทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงทำให้เกิดการฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในตลาดโลก ภายใต้บริบทกติกาการค้าใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
  • ด้านผู้สื่อสารนวัตกรรม เป็นบุคคลธรรมดาหรือนินติบุคคล ที่มีบทบาทในการเปลี่ยนมุมมองของสังคม ทำให้นวัตกรรมเป็นเรื่องใกล้ตัวและได้รับการยอมรับในวงกว้าง
  • ด้านองค์กรนวัตกรรม เป็นองค์กรที่มีการบริหารจัดการให้เกิดการสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ กระบวนการ จนถึงระดับโครงสร้าง ตามกรอบแนวทางการพัฒนาศักยภาพนวัตกรรมองค์กร

สำหรับเกณฑ์การตัดสินจะเน้นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้ได้รับรางวัลจะไม่ได้รับเพียงการเชิดชูเกียรติ แต่ NIA ได้วางระบบสนับสนุนหลังการประกวดไว้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเงินทุน การพัฒนาศักยภาพ การประชาสัมพันธ์ในระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร นักลงทุน และตลาดต่างประเทศ เพื่อเร่งให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยสามารถเจาะตลาดสากลได้เร็วขึ้น 

หนึ่งในผลงานที่ประสบความสำเร็จ คือระบบบริหารจัดการ Chiller Plant อัจฉริยะ (CPMS) ด้วยเทคโนโลยี AIoT ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานได้ 10–15% และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 10,000 ตันต่อปี

สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมไทยสามารถตอบโจทย์การค้าโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง “ประสิทธิภาพ” และ “ความยั่งยืน”

📌 เปิดรับสมัครถึง 30 เมษายน 2569
ผู้ประกอบการและนวัตกรที่สนใจ สามารถสมัครได้ที่: award.nia.or.th

 

#NIA #รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ #Innovation #นวัตกรรมไทย #GreenInnovation #สิ่งแวดล้อม #GreenEconomy #BCG #Sustainability #Startupไทย #SMEไทย #TechThailand #AIoT #เศรษฐกิจไทย #ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ #IndustryNews #MReportTH

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH