ก.อุตฯ เดินหน้าเมืองคาร์บอนต่ำ ดันนิคมฯ ไทยเชื่อมตลาดคาร์บอนโลก
กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าผลักดัน “นิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ” ผ่านโครงการ Low Carbon Cities & Carbon Market Development (LCC) เชื่อมระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิตไทยสู่ตลาดโลก พร้อมนำร่อง 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ บางปู และแหลมฉบัง โดย กนอ. เตรียมใช้งบลงทุนกว่า 3.5 พันล้านบาท สนับสนุนพลังงานสะอาด ระบบ ESCO และกลไก Carbon Finance เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว
กรุงเทพฯ, 5 พฤษภาคม 2569 — นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยภายใต้โครงการ Low Carbon Cities & Carbon Market Development (LCC) ซึ่งถือเป็นโครงการยุทธศาสตร์ระดับประเทศ มุ่งพัฒนา “ระบบนิเวศการเงินคาร์บอน” และตลาดคาร์บอนของไทยให้เชื่อมต่อกับตลาดสากล
โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ธนาคารโลก EXIM Bank และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy: RE) การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency: EE) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคอุตสาหกรรมและทรัพย์สินภาครัฐ
กนอ. นำร่อง 3 นิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เชื่อมตลาดคาร์บอนโลก
นายวราวุธ ระบุว่า โครงการ LCC มีเป้าหมายสำคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้าน Carbon Finance และ Voluntary Carbon Market ของไทย ให้มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และสามารถเชื่อมต่อกับตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กนอ. หรือ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นหน่วยงานนำร่องภาครัฐ (Public Sector Organizations: PSOs) และจะได้รับการสนับสนุนงบลงทุนประมาณ 3.5 พันล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
พื้นที่เป้าหมายระยะแรก ได้แก่:
- นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน
- นิคมอุตสาหกรรมบางปู
- นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง
โดยคาดว่าจะคัดเลือกพื้นที่แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 ก่อนจัดทำร่าง RFP และเปิดให้บริษัท ESCO เข้าประเมินโครงการในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2569
หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นขออนุมัติเงินกู้ และเริ่มติดตั้งระบบพลังงานสะอาด เช่น Solar Rooftop และระบบเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เพื่อให้สามารถเริ่มกลไกซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ภายในปี 2570
(อ่านต่อ: กนอ. ดึงงบธนาคารโลก 100 ล้านดอลลาร์ฯ ปฏิรูปนิคมฯ สู่คาร์บอนต่ำ)
เปิดโมเดล Carbon Finance ใช้ ESCO–Carbon Credit ขับเคลื่อน Green Industry
อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้ คือการนำ “นวัตกรรมทางการเงินคาร์บอน” เข้ามาใช้ในระดับโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม
กนอ. จะใช้โมเดลธุรกิจผ่านบริษัทจัดการพลังงาน (ESCOs) ซึ่งจะเป็นผู้ลงทุนและดำเนินโครงการ โดยใช้เงินกู้จาก EXIM Bank ขณะที่ภาครัฐจะชำระค่าบริการจาก “ผลประหยัดพลังงานที่ตรวจสอบได้จริง” หรือ Performance-based Model
นอกจากนี้ กนอ. จะทำหน้าที่เป็นเจ้าของสิทธิ์คาร์บอนเครดิต ผ่านกลไก Coordinating and Managing Entity (CME) โดยมีธนาคารกรุงไทยและกองทุน Verified Emission Reductions Monetization Facility (VERMF) เป็นผู้บริหารจัดการ
กลไกดังกล่าวจะช่วย “รวบรวม–ตรวจสอบ–แปลงมูลค่า” คาร์บอนเครดิตไทยให้สามารถซื้อขายในตลาดคาร์บอนทั้งแบบ Spot และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
รัฐบาลคาดว่า ภายในระยะเวลา 10 ปี โครงการนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 2.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตเฉลี่ยราว 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
นอกจากช่วยลดต้นทุนพลังงานภาครัฐแล้ว ยังช่วยสร้าง Green Jobs เพิ่มทักษะแรงงานด้านพลังงานสะอาด และยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอนเครดิตไทยในเวทีโลก
ไทยเร่งสร้าง Green Industrial Ecosystem รับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
โครงการ Low Carbon Cities & Carbon Market Development ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยใช้กลไก Carbon Finance และ Carbon Market เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียวในระยะยาว
หากดำเนินการได้ตามแผน ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของนิคมอุตสาหกรรมไทย และสร้างโอกาสใหม่ในตลาด Green Investment ระดับโลก
(อ่านต่อ: คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) คืออะไร)
#กนอ #นิคมอุตสาหกรรม #คาร์บอนเครดิต #CarbonMarket #LowCarbon #GreenIndustry #NetZero #ESG #พลังงานสะอาด #IndustrialEstate #EXIMBank #CarbonCredit #SustainableIndustry #MReportTH
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยตั้งเป้าผลิตยานยนต์ปี 2569
- 18 ค่ายเครื่องจักรกลคาดปี 2569
- เปิด 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2569
- วิธีวิเคราะห์และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน
- CMM คืออะไร? Ultimate Guide สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (2569)
- ถอดรหัสอนาคตการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV
- “ยานยนต์ไร้คนขับ” กับทิศทางการเติบโตในปี 2022-2045
- ยอดขายรถยนต์ 2568
- สถิติส่งออกกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนไทยปี 2568
- ยอดจดทะเบียนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า 2568
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
