หอการค้าไทยเตือนภาษีนำเข้าสหรัฐ 15% กดดันผู้ส่งออก เร่งรัฐเดินหน้าเจรจาการค้า
หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประเมินว่านโยบายภาษีนำเข้าสหรัฐที่ปรับขึ้นเป็น 15% และมีผลทันที จะเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ส่งออกไทยทั้งด้านต้นทุน ความผันผวนค่าเงิน และความไม่แน่นอนในการวางแผนธุรกิจ พร้อมเรียกร้องภาครัฐเร่งเดินหน้าเจรจาการค้าเชิงรุกเพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศ
- หอการค้าไทยชี้ GDP ไตรมาส 4 โต 2.5% ดันปี 2568 ขยายตัว 2.4% สูงกว่าคาด
- หอการค้าไทยเตือนเงินบาทแข็งรุนแรง กระทบธุรกิจ-ส่งออก วอนรัฐเร่งมาตรการ
23 กุมภาพันธ์ 2569 — ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์นโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ช่วงความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ภายหลังมีการประกาศปรับอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 15 โดยให้มีผลทันที แม้มาตรการภาษีเดิมบางส่วนอาจได้รับผลจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ แต่ภาพรวมสะท้อนว่าฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มใช้มาตรการทางภาษีเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการค้า
“การประกาศปรับอัตราภาษีเป็นร้อยละ 15 ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่ามาตรการภาษีจะยังถูกใช้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อผู้ส่งออกและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย” ดร.พจน์ กล่าว
ผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย 3 ประเด็นหลัก
หอการค้าไทยประเมินว่า การปรับขึ้นภาษีครั้งนี้จะเพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจไทยใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. ความเสี่ยงด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน
อัตราภาษีที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอัตรากำไรต่ำ
2. ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและการวางแผนธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงมาตรการภาษีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการกำหนดระยะเวลาบังคับใช้เพียง 150 วัน อาจส่งผลต่อการทำสัญญา การลงทุน และการวางแผนระยะยาวของผู้ประกอบการ
3. การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก
มาตรการภาษีมีแนวโน้มเร่งให้เกิดการย้ายฐานการผลิตและปรับกลยุทธ์การลงทุน เพิ่มการแข่งขันด้านการดึงดูดการลงทุนในภูมิภาค
ความผันผวนค่าเงิน เพิ่มแรงกดดันซ้ำ
อีกประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์ หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ต้นทุนภาษีเพิ่ม จะยิ่งกดดันความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก
เร่งรัฐเดินหน้าเจรจาการค้าเชิงรุก
หอการค้าไทยเห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะประเทศไทย แต่ส่งผลต่อทุกประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ทำให้การแข่งขันด้านนโยบายและการเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีความเข้มข้นมากขึ้น
ภาครัฐไทยจึงควรเร่งดำเนินการเชิงรุก โดยประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง และสถานเอกอัครราชทูตไทยในสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย พร้อมสร้างความชัดเจนของมาตรการและผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
“ประเทศไทยควรใช้จังหวะนี้ในการยกระดับการทูตเศรษฐกิจ เสริมสร้างความยืดหยุ่นของภาคธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาส” ดร.พจน์ กล่าว
พร้อมสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ หอการค้าไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนภาครัฐ โดยเฉพาะด้านข้อมูลเชิงลึกจากภาคธุรกิจ ผลกระทบรายอุตสาหกรรม และข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อประกอบการเจรจาการค้าระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพและสะท้อนสถานการณ์จริงของผู้ประกอบการไทย
แม้ความเสี่ยงจากมาตรการภาษีจะเพิ่มขึ้น แต่หอการค้าไทยมองว่ายังมีโอกาสเชิงยุทธศาสตร์สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะการยกระดับบทบาทในฐานะฐานการผลิตทางเลือกและศูนย์กลางการค้าในภูมิภาค หากสามารถเสริมความชัดเจนด้านกติกาการค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
#หอการค้าไทย #ภาษีสหรัฐ #USTariffs #ThailandExport #ค่าเงินบาท #สงครามการค้า #TradePolicy #GlobalTrade #SupplyChain #เศรษฐกิจไทย#MReportTH #IndustryNews
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยตั้งเป้าผลิตยานยนต์ปี 2569
- 18 ค่ายเครื่องจักรกลคาดปี 2569
- เปิด 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2569
- จีนชะลอตัว ญี่ปุ่นจะเดินอย่างไร? ธุรกิจญี่ปุ่นในจีนเผชิญแรงกดดัน ปี 2569 ยังเปราะบาง
- CMM คืออะไร? Ultimate Guide สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (2569)
- ถอดรหัสอนาคตการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV
- “ยานยนต์ไร้คนขับ” กับทิศทางการเติบโตในปี 2022-2045
- ยอดขายรถยนต์ 2568
- สถิติส่งออกกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนไทยปี 2568
- ยอดจดทะเบียนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า 2568
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
