ดัชนี SMESI ก.ค. 69 ฟื้นแตะ 50.8 สสว.ปรับเกณฑ์ THAI SME GP เพิ่มแต้มต่อ SME
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) เดือนกรกฎาคม 2569 ฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50.8 สูงกว่าค่าฐานเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ สสว.จับมือกรมบัญชีกลางปรับเกณฑ์ THAI SME GP ใหม่ 3 ด้าน เพิ่มแต้มต่อให้ SME ที่ผ่านเกณฑ์ UBO และ e-Tax พร้อมปรับวงเงินสัญญาสะสม เริ่มใช้ 1 ตุลาคม 2569 เปิดโอกาสเข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมูลค่า 1.3–1.8 ล้านล้านบาทต่อปี
ดัชนี SMESI ก.ค. ฟื้น รับ EV–ท่องเที่ยว–มาตรการกระตุ้น
กรุงเทพฯ, 18 สิงหาคม 2569 – ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,770 ราย ใน 27 สาขาธุรกิจทั่วประเทศ พบว่าดัชนี SMESI ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 47.8 ในเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ระดับ 50.8
ซึ่งเป็นการกลับมาอยู่เหนือระดับค่าฐาน (50.0) เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หลังจากเผชิญผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบต่อต้นทุนและการขนส่ง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาลผ่านโครงการ“ไทยช่วยไทยพลัส” (60/40) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ส่งผลให้ดัชนีภาคการค้าพุ่งแตะ 52.0 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคบริการที่ระดับ 50.9 โดยความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นในเกือบทุกภูมิภาคนำโดยภาคเหนือที่มีดัชนีสูงสุดที่ระดับ 53.2
→ อ่านต่อ: ดัชนี SMESI ส.ค. 68 อยู่ที่ระดับ 48.8 ปรับลดต่อเนื่อง สะท้อนเศรษฐกิจชะลอตัว
SME คาดเศรษฐกิจ 3 เดือนข้างหน้าฟื้น แต่ต้นทุนยังกดดัน
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (สิงหาคม–ตุลาคม 2569) ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ระดับ 52.9 สะท้อนมุมมองเชิงบวกของผู้ประกอบการต่อการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในหลายพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงมีความระมัดระวัง เนื่องจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสมีกำหนดสิ้นสุดในเดือนกันยายน ประกอบกับปัจจัยด้านต้นทุนยังคงกดดันธุรกิจ โดยดัชนีด้านต้นทุนยังอยู่ต่ำกว่าค่าฐาน
ผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการร้อยละ 81.9 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าวัตถุดิบ ตลอดจนค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มออนไลน์และค่า GP โดยผู้ประกอบการมากกว่าครึ่งมีต้นทุนจากช่องทางออนไลน์สูงกว่า ร้อยละ 15 ของยอดขาย
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ ร้อยละ 43.0 ต้องการให้ภาครัฐออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน อนุมัติรวดเร็ว และตรงกับปัญหาที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน
THAI SME GP เปิดตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 1.3–1.8 ล้านล้านบาท
ดร.ปณิตา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญสำหรับ SME ไทย โดยมีมูลค่าตลาดสูงถึงประมาณ 1.3–1.8 ล้านล้านบาทต่อปี ที่ผ่านมา สสว.ร่วมกับกรมบัญชีกลางผลักดันมาตรการ “THAI SME GP” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงตลาดภาครัฐได้มากขึ้น
ในปี 2568 มีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างจาก SME สูงกว่า 600,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 33.7 ขณะที่ข้อมูลล่าสุดพบว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจาก SME มีมูลค่าถึง 371,245 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 55.8 ของมูลค่ารวม และมีผู้ประกอบการอยู่ในระบบมากกว่า 180,000 ราย
เพื่อขยายโอกาสให้ SME และแก้ไขข้อจำกัดด้านมูลค่าสัญญาสะสม รวมถึงป้องกันไม่ให้ธุรกิจขนาดใหญ่เข้ามาสวมสิทธิ์ สสว.และกรมบัญชีกลางจึงร่วมกันปรับปรุงหลักเกณฑ์ THAI SME GP ใหม่ใน 3 ประเด็นสำคัญ
THAI SME GP ปรับ 3 เกณฑ์ เพิ่มแต้มต่อให้ SME
1. เพิ่มแต้มต่อด้านราคา 10% สำหรับ SME ที่ผ่านการตรวจสอบ UBO
SME ที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลเจ้าของที่แท้จริง หรือ Ultimate Beneficial Ownership (UBO) จะได้รับแต้มต่อด้านราคา 10% เพื่อป้องกันกรณีธุรกิจขนาดใหญ่จัดตั้งนิติบุคคลเพื่อเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์แทน SME
2. เพิ่มแต้มต่ออีก 5% สำหรับ SME ที่ใช้ e-Tax
SME ที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Tax จะได้รับแต้มต่อด้านราคาเพิ่มอีก 5% เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบดิจิทัล และยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ปรับเกณฑ์มูลค่าสัญญาสะสม
ปรับหลักเกณฑ์มูลค่าสัญญาสะสมที่ใช้สิทธิแต้มต่อด้านราคา จากเดิมที่แยกตามขนาดของธุรกิจ มาเป็นการกำหนดวงเงินรวม ไม่เกิน 500 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเปิดโอกาสให้ SME ที่มีศักยภาพสามารถเข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากขึ้น
หลักเกณฑ์ THAI SME GP ใหม่ทั้ง 3 ด้านจะ เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมเดินหน้าจัดอบรมและพัฒนาทักษะให้ผู้ประกอบการ SME มีความพร้อมในการเป็นคู่ค้ากับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
สสว.เร่งสร้างโอกาส ลดต้นทุน ดัน SME โตอย่างยั่งยืน
ดร.ปณิตา กล่าวว่า การปรับปรุงมาตรการ THAI SME GP เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบสนับสนุน SME ให้ตรงกับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน สสว.จะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด ลดต้นทุน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของ SME
“สสว. มุ่งผนึกกำลังร่วมกับทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนมาตรการภาครัฐให้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ทั้งการขยายตลาดผ่าน THAI SME-GP และการออกมาตรการลดต้นทุนที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และตรงจุด เพื่อลดภาระ สร้างรายได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้ SME ไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.ปณิตา ชินวัตร กล่าวสรุป
#SMESI #SMEไทย #THAISMEGP #สสว #จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ #ผู้ประกอบการSME #กรมบัญชีกลาง #UBO #eTax #DigitalSME #เศรษฐกิจไทย #ตลาดภาครัฐ #สนับสนุนSME #ผู้ประกอบการไทย #MReportTH #IndustryNews
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยลดเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569
- Physical AI กับโรงงานอัจฉริยะ
- WEF Global Lighthouse Factories 2026
- ญี่ปุ่นเร่งยุทธศาสตร์แบตเตอรี่รับยุค AI
- AI Data Center กับปัญหาไฟฟ้าผันผวน
- จีนผลิต DUV Lithography ได้เอง
- “JARA คาดคำสั่งซื้อหุ่นยนต์โต 16.7%
- คำสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นปี 2569
- 3-axis vs 5-axis CNC เลือกอย่างไร?
- CBN สำหรับงาน Hard Turning
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
